ดังนั้น บริษัทจึงได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ในวันที่ 27 ก.ค.นี้ เพื่อปรับโครงสร้างธุรกิจ ปรับปรุงยุทธศาสตร์ รวมถึงปรับประมาณการในปีนี้ด้วย เพราะต้องยอมรับว่าธุรกิจการบินแข่งขันกันรุนแรงมาก ขณะที่การบินไทยเป็นองค์กรใหญ่แต่มีข้อจำกัดการบริหารเพราะเป็นรัฐวิสาหกิจ การปรับปรุงครั้งนี้เพื่อมุ่งให้การบินไทยมีความสามารถแข่งขันที่มีศักยภาพสูงขึ้น
"จะปรับ(เป้าหมาย)ลดลงเล็กน้อยหลัง Workshop ก็น่าเป็นห่วง การบินไทยต้องปรับตัวเองในการทำธุรกิจ เราเป็นบริษัทขนาดใหญ่ ธุรกิจการบินแข่งขันรุนแรงมาก แต่เรายังทำเหมือนตอนที่เรา monopoly market ...การบินไทยเป็นรัฐวิสาหกิจจึงเชื่องช้า กระบวนการตัดสินใจล่าช้า ขั้นตอนมากเกินไป คุมเรื่องค่าใช้จ่ายไม่ค่อยได้" นายสรจักรกล่าว
นายสรจักร กล่าวว่า ในครึ่งปีหลังบริษัทพยายามสร้างรายได้ให้มากที่สุดและมีแนวโน้มที่ดี โดยมีตลาดที่ญี่ปุ่น และจีนที่มีการเติบโตดี ทั้งนี้คาดว่า คนไทยจะเดินทางไปญี่ปุ่นได้ทันทีเหมือนเดินทางไปฮ่องกง จากการยกเลิกการทำวีซ่ากรณีเดินทางไปญี่ปุ่นไม่เกิน 15 วัน ซึ่งบริษัทคาดหวังเพิ่มรายได้ นอกจากนี้ก็เพิ่มจุดบินใหม่ที่เมืองเชนได และเพิ่มเที่ยวบินเพิ่มกรุงเทพ-ซับโปโร และ กรุงเทพ-นาโงย่า
ส่วนตลาดในจีน การบินไทยเพิ่มจุดบินใหม่ในต.ค.นี้ได้แก่ เมืองฉางชา เมืองฉงชิ่ง ด้วยสายการบินไทยสมายล์ และจะเพิ่มจุดบินใหม่ในจีนเพิ่มขึ้นอีกในไตรมาส1/57 นอกเหนือจากนี้จะเพิ่มเที่ยวบินกรุงเทพ-มอสโคว์ที่มีนักท่องเที่ยวรัสเซียเข้าไทยมากขึ้น