นายเอนก เพิ่มวงศ์เสนีย์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ MCOT กล่าวว่า ปีนี้บริษัทยังมั่นใจเป้าหมายรายได้ที่ 6-6.5 พันล้านบาท แม้ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมาบริษัทจะทำรายได้ต่ำกว่าเป้าหมายประมาณ 10% แต่บริษัทจะมีการกระตุ้นส่วนของกิจกรรมต่างๆ เพื่อผลักดันให้รายได้ไปถึงเป้าหมาย เช่น การนำสวนสนุกจากบริษัทในดูไบมาจัดให้บริการช่วงฤดูหนาวในพื้นที่ 50 ไร่ของ อสมท รวมถึงจะมีการกระตุ้นยอดโฆษณาจากการปรับผังรายการบางส่วนและนำรายการใหม่ๆเข้ามาเพิ่มเติมมากขึ้น
ทั้งนี้ ปัจจุบันในช่วงไพร์มไทม์จำนวนเวลาโฆษณาเต็ม 100% แล้ว และในช่วง นอน-ไพร์มไทม์เกินกว่า 50% ในขณะเดียวกัน จากที่ได้มีความร่วมมือถ่ายทอดฟุตบอลพรีเมียร์ลีกกับ บมจ.เคเบิลไทย โฮลดิ้ง (CTH) เวลาโฆษณาการถ่ายทอดฟุตบอลใกล้จะเต็มแล้ว ทำให้รายได้ค่าโฆษณาจะเข้ามาช่วงนี้เพิ่มขึ้น
บริษัทตั้งงบลงทุน 2 ปี (ปลายปี 56-57) เพื่อรองรับการเกิดทีวีดิจิตอลเป็นงบลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานโครงข่าย 991 ล้านบาท และส่วนที่เหลือจะเป็นการลงทุนเกี่ยวกับสิ่งอำนวยความสะดวก ซึ่งจำนวนเงินดังกล่าวจะได้มาจากกระแสเงินของบริษัทที่มีอยู่แล้ว
ในช่วงปลายปีนี้ทางไนน์ เอ็นเตอร์เทน จะมีการเปิดช่องวาไรตี้ในช่องดาวเทียม และทาง MCOT เองอยู่ระหว่างการร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อที่จะเตรียมเปิดช่องกีฬาใหม่ 1 ช่องช่วงต้นปี 57 โดยได้มีการซื้อลิขสิทธิ์กีฬาฟุตบอลจากสโมสรต่างๆ มาเผยแพร่ เช่น สโมสรแมนเชสเตอร์ซิตี้และสโมสรบาเยิร์นมิวนิค
สำหรับคดีที่มีคำพิพากษาของศาลปกครองกลางให้คืนค่าส่วนลดทางการค้าในอัตรา 30% ของค่าโฆษณาเกินเวลาที่ MCOT ได้รับจากบริษัทไร่ส้ม จำกัด ตั้งแต่ปี 2549 นั้น ทาง MCOT จะมีการพิจารณายื่นอุทธรณ์คำพิพากษาต่อศาลปกครองสูงสุดต่อไป