สำหรับ พันธบัตรรัฐบาล รุ่นที่นิยมซื้อขายสูงสุดในวันนี้คือ พันธบัตรรุ่น LB176A, LB155A และ LB196A (รุ่นอายุ 3.5 ปี, 1.4 ปี และ 5.5 ปี ตามลำดับ) โดยมีมูลค่าการซื้อขายรวมกัน 6,119 ล้านบาท หรือคิดเป็น 78% ของมูลค่าการซื้อขายพันธบัตรรัฐบาลทั้งหมด ทางด้าน หุ้นกู้เอกชน รุ่นที่นิยมซื้อขายสูงสุด 3 อันดับแรกในวันนี้ คือ
1. หุ้นกู้ของบริษัท ไทคอน อินดัสเทรียล คอนเน็คชั่น จำกัด (มหาชน) (TICON229A) มูลค่า 391.8 ล้านบาท
2. หุ้นกู้มีประกันของบริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด (TLT14DA) มูลค่า 221.0 ล้านบาท
3. หุ้นกู้ของบริษัท ไทคอน อินดัสเทรียล คอนเน็คชั่น จำกัด (มหาชน) (TICON205A) มูลค่า 194.0 ล้านบาท
โดยมีมูลค่าการซื้อขายรวมกัน 806.8 ล้านบาท หรือคิดเป็น 71.7% ของมูลค่าการซื้อขายหุ้นกู้เอกชนทั้งหมดในวันนี้
1. กลุ่มบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) มียอดซื้อสุทธิ เท่ากับ 8,297 ล้านบาท
2. กลุ่มสถาบันการเงินที่ไม่มีใบอนุญาตเพื่อค้าตราสารหนี้ มียอดซื้อสุทธิ เท่ากับ 6,824 ล้านบาท
ในขณะที่นักลงทุนต่างชาติ มียอดซื้อสุทธิ เท่ากับ 342 ล้านบาท
ผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลอายุ 3 เดือน ปิดที่ 2.33% ปรับตัวลดลงจากเมื่อวาน -0.01% และผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลอายุ 5 ปี ปิดที่ 3.47% ปรับตัวลดลงจากเมื่อวาน -0.03%
Yield Curve ปรับลดลงเกือบทุกช่วงอายุตราสาร ประมาณ 1-3 bps. นักลงทุนส่วนใหญ่ยังคงติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ และการส่งสัญญาณจากประธาน Fed ที่ออกมาแสดงความเห็นว่าควรที่จะมีการปรับลดขนาดมาตรการ QE มากขึ้น ด้านปัจจัยภายในประเทศตลาดยังคงติดตามประเด็นค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องและ ประเด็นทางการเมืองที่ยังคงยืดเยื้อ สำหรับนักลงทุนต่างชาติ วันนี้มียอดซื้อสุทธิ (NET BUY) เท่ากับ 342 ล้านบาท