“ตามแผนเดิม คาดว่า เจเอเอส แอสเซ็ท จะเข้าทำการซื้อขายในตลาด maiได้ภายในปีนี้ได้เปลี่ยนแผนเข้ามาระดมทุนใน SET แทน จึงต้องเลื่อนเวลาการเข้าทำการซื้อขายเป็นภายในต้นปี558 เนื่องจาก บริษัทฯ เล็งเห็นถึงโอกาสทางธุรกิจ และการเติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคต อีกทั้ง ทุนจดทะเบียนสามารถเข้า SET ได้ตามเกณฑ์ที่ ตลาดหลักทรัพย์กำหนด" นายอดิศักดิ์ กล่าว
นายอดิศักดิ์ กล่าวอีกว่า ภาพรวมผลประกอบการของ เจเอเอส แอสเซ็ท ในช่วงที่ผ่านมา คาดว่าจะมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องเมื่อเทียบกับปี 55 จากการเดินหน้าเปิดสาขาใหม่อย่างต่อเนื่อง ในธุรกิจการบริการพื้นที่ให้เช่า เข้ามาสนับสนุนภาพรวมผลงานทั้งเครือ เจมาร์ท พร้อมวางเป้าหมายรายได้ทั้งปีนี้ เจเอเอส แอสเซ็ทจะมีรายได้เติบโตอยู่ที่ 35% จากปี 56
ทั้งนี้ บริษัทฯ เดินหน้าขยายธุรกิจใหม่ เกี่ยวกับการพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในรูปแบบของศูนย์การค้าชุมชน ในโครงการ “The JAS" โดยวางงบลงทุนทั้ง 2 สาขา รวมกว่า 1พันล้านบาท สาขาแรกอยู่ที่ถนนวังหิน ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง คาดว่าจะเปิดให้บริการและเริ่มรับรู้รายได้ภายในปลายปี 57
ส่วนอีกสาขาอยู่ที่ ลาดปลาเค้า โดยที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติเป็นเอกฉันท์อนุมัติให้บริษัทย่อย บริษัท เจเอเอส แอสเซ็ท จำกัด ได้เข้าทำสัญญาเช่าที่ดินจำนวน 2 แปลง เพื่อนำมาพัฒนาเป็นศูนย์การค้าเรียบร้อยแล้วในเดือนมกราคมที่ผ่านมา ที่ดินดังกล่าวมีพื้นที่รวม 9 ไร่ 103.4 ตารางวา ถนนลาดปลาเค้า กรุงเทพฯ ตกลงชำระค่าเช่าเป็นรายเดือน 67.90 ล้านบาท/เดือน กำหนดระยะเวลาการเช่า 30 ปี รวมมูลค่าตลอด 30 ปี อยู่ที่ 57.37 ล้านบาท เบื้องต้นคาดว่าจะมีมูลค่าพัฒนาโครงการ 415 ล้านบาท
สำหรับเงินที่ใช้ซื้อที่ดินในครั้งนี้ เจเอเอส แอสเซ็ท ใช้แหล่งเงินทุนจากเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน คาดว่าจะสามารถเริ่มโครงการดังกล่าวได้ภายในกลางปี 57 และจะแล้วเสร็จเริ่มรับรู้รายได้ภายในปี 58 พร้อมประมาณการอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนในครั้งนี้หลังหักค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอยู่ที่ประมาณร้อยละ13 ต่อปี ซึ่งถือว่าคุ้มค่า และสูงกว่าต้นทุนทางการเงินของบริษัท