สำหรับการแสวงหาแหล่งปิโตรเลียมในต่างประเทศเพื่อเพิ่มปริมาณผลิตให้ได้ปริมาณผลิตตามเป้าหมายที่ระดับ 6 แสนบาร์เรล/วันในปี 63 นั้น บริษัทจะให้ความสำคัญกับแหล่งปิโตรเลียมในพม่ามากที่สุด โดยล่าสุดบริษัทเพิ่งได้สัมปทานแหล่งบนบก ชื่อ MOGE ซึ่งอยู่ระหว่างรอรัฐบาลพม่านัดเซ็นสัญญา ขณะที่ในอินโดนีเซีย มองโอกาสเข้าไปร่วมทุนในแหล่งนาทูน่า ดี ซึ่งเป็นแหล่งที่มีศักยภาพ สัดส่วนราว 15%
ส่วนแหล่งมอนทารา และ cash maple ในออสเตรเลีย ซึ่งบริษัทถือหุ้น 100% อยู่ในขึ้นตอนการพัฒนา
“ปตท.สผ.ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องขาย ไม่ได้มีความจำเป็นร้อนเงินที่จะต้องขาย ถ้ามีข้อเสนอที่น่าสนใจที่ให้มูลค่าดีก็จะลดความเสี่ยง ซึ่งแหล่งมอนทาราไม่มีความเสี่ยงแล้ว แต่หากมีคนสนใจให้มูลค่าที่เป็นธรรม เพราะถ้าวันนี้บริษัทได้เงินก้อนหนึ่งมาก่อนแล้วนำไปใช้เงินไปลงทุนที่สอดคล้องกับทิศทางได้"นายเทวินทร์ กล่าว
ขณะที่แหล่งปิโตรเลียมในประเทศ 16 โครงการยังคงเป็นหลักในการผลิต คิดเป็น 80%ของพอร์ตรวม แต่แหล่งในประเทศมีอายุมากแล้ว ผลผลิตที่ได้จึงมีแนวโน้มปรับลดลงในอนาคต โดยแหล่งใหญ่ได้แก่ โครงการบงกช ที่ผลิต 900-1,000 ล้านลบ.ฟุต/วัน ซึ่งเหลืออายุสัมปทาน 8 ปี โครงการเอส 1 มีปริมาณผลิตน้ำมัน 3 หมื่นบาร์เรล/วัน
"เรามีเป้ารักษาปริมาณผลิตแหล่งในประเทศให้ได้ 2.5 แสนบาร์เรล/วัน ในช่วง 6-7 ปี แต่หวังยากที่จะเพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่ทุกแหล่งน้อยลง โดยธรรมชาติ แหล่งผลิตก็จะค่อยๆน้อยลง...ถ้าจะไปหวังให้สูงกว่านี้ยากมากๆ มีข้อจำกัด"นายเทวินทร์ กล่าว