อย่างไรก็ตาม บริษัทคาดว่าอัตรากำไรสุทธิ 57/58 จะอยู่ที่ 4-5% จากปี 56/57 อัตรากำไรสุทธิของบริษัทอยู่ที่ 4.38%
“ทั้งปีอุตสาหกรรมรถยนต์ชะลอตัวอยู่ รวมทั้งครึ่งปีหลังของปีนี้ด้วย เพราะเศรษฐกิจบ้านเราก็ยังไม่ดีขึ้นมาก ซึ่งเป็นตัวฉุดให้กำไรเราอาจจะอยู่ใกล้เคียงกับปีก่อน เพราะในส่วนของสัดส่วนรายได้ของบริษัทเรามาจากการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์มากถึง 33% ซึ่งก็กระทบตามไปด้วย"นายอนันต์ กล่าว
ส่วนผลการดำเนินงานในไตรมาส 2 งวดปี 57/58 คาดว่ารายได้และกำไรสุทธิจะมากกว่าไตรมาส 1 งวดปี 57/58 ที่มีรายได้อยู่ที่ 780.18 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 32.04 ล้านบาท เนื่องจากธุรกิจก่อสร้างและธุรกิจผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าฟื้นตัวได้ดี โดยในครึ่งปีหลังจะได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการลงทุนโครงการเมกะโปรเจคต์ของภาครัฐ และกำลังซื้อในประเทศเริ่มกลับมาดีขึ้นจากครึ่งปีแรกที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ทางการเมืองที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจและความเชื่อมั่น
ทั้งนี้ สัดส่วนรายได้แบ่งเป็น ลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรมรถยนต์ 33% ก่อสร้าง 22% เครื่องใช้ไฟฟ้า 18% ค้าส่ง 16% อาหาร 4% คอมพิวเตอร์ 4% ส่งออก 1% และอื่นๆ 2%
สำหรับงบลงทุนในงวดปี 57/58 ตั้งไว้ที่ 100-120 ล้านบาทสำหรับซ่อมบำรุงเครื่องจักร รวมทั้งซื้ออุปกรณ์และเครื่องจักรใหม่ นอกจากนั้น บริษัทอาจออกไปลงทุนในต่างประเทศหลังมีการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)
“แผนการลงทุนต่างประเทศในขณะนี้ยังไม่มีแผน แต่หลังจากเปิด AEC เราอาจมองหาช่องทางที่ธุรกิจที่เราจะเข้าไปลงทุนในต่างประเทศ แต่ตอนนี้ยังเน้นที่ประเทศไทย เพราะประเทศไทยยังมีศักยภาพและยังมีโอกาสอีกมาก"นายอนันต์ กล่าว