ทั้งนี้ จากความร่วมมือดังกล่าว ทั้งสองบริษัทได้เตรียมวางแผนพัฒนาบริการที่จะออกมาตอบสนองการทำธุรกรรมทางการเงินให้กับลูกค้า อันจะเป็นการพลิกโฉมการทำธุรกรรมทางการเงินรูปแบบใหม่ โดยมุ่งส่งเสริมให้เกิดการทำธุรกรรมแบบ Bank to Non-Bank มุ่งขยายโอกาสในการเข้าถึงบริการดิจิทัลแบงกิ้งไปถึงมือประชาชนในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ, ส่งเสริมการทำธุรกรรมทางการเงินระหว่างประเทศ ให้ลูกค้าสามารถโอนเงินข้ามประเทศได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย ช่วยเพิ่มโอกาสในการแข่งขันในระดับภูมิภาคให้กับกลุ่มออนไลน์คอมเมิร์ชของไทย
ตลอดจนสนับสนุนการทำธุรกรรมผ่านอีคอมเมิร์ชและโมบายคอมเมิร์ช ร่วมพัฒนาต่อยอดระบบในการรับชำระเงินเพื่อซื้อสินค้าและบริการออนไลน์ เพื่อเพิ่มความมั่นใจในความปลอดภัยให้กับผู้ซื้อสินค้า และช่วยขยายโอกาสทางการค้าให้กับกลุ่มธุรกิจและร้านค้าบนโลกออนไลน์ที่กำลังเป็นที่นิยมในขณะนี้ ซึ่งจะทยอยเปิดให้บริการเร็วๆ นี้
"เอไอเอสเชื่อมั่นว่าการผสานความร่วมมือกันในครั้งนี้ จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของลูกค้า และคนไทย รวมถึงช่วยสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ ที่มีกลไลทางการเงินเป็นตัวจักรสำคัญให้ก้าวหน้า พร้อมแข่งขันได้อย่างเต็มภาคภูมิต่อไป" นายสมชัยกล่าว
ด้านนายปรีดี ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ความร่วมมือเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับเอไอเอส ซึ่งเป็นผู้ให้บริการโทรคมนาคมชั้นนำของประเทศจะช่วยให้ธนาคารกสิกรไทยได้ร่วมพัฒนานวัตกรรมเงินรูปแบบใหม่ ที่จะสนับสนุนการทำธุรกรรมการเงินผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์มากยิ่งขึ้น เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่คาดว่าปี 58 จะมีการเติบโต 35-40% จากปี 57 ที่เติบโต 30-35% ทำให้ลูกค้าและผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซได้รับความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย สามารถทำธุรกิจได้ทุกที่ ทุกเวลาด้วยมาตรฐานระดับสากล อันจะนำไปสู่การยกระดับความสามารถในการแข่งขันระดับภูมิภาคและระดับโลก และทำให้ธนาคารคงเป็นผู้นำอันดับหนึ่งดิจิทัลแบงกิ้งในประเทศไทย