ปัจจุบัน ธนาคารมียอดสินเชื่อคงค้างของกลุ่มธุรกิจรายย่อยอยู่ที่ 8 แสนล้านบาท แบ่งเป็นสัดส่วนสินเชื่อบ้าน 40% หรือคิดเป็นเม็ดเงิน 4 แสนล้านบาท สินเชื่อส่วนบุคคล 35% หรือคิดเป็นเม็ดเงินประมาณ 3 แสนล้านบาท และสินเชื่อเอสเอสเอ็มอี วงเงินสิเชื่อน้อยกว่า 20 ล้านบาท 25% หรือคิดเป็นเม็ดเงิน 1 แสนล้านบาท
ขณะที่หนี้ที่มิก่อให้เกิดรายได้ (NPL)ในปีนี้จะพยายามคุมให้ไม่เกิน 2.8% จากปัจจุบันอยู่ที่ 2.67% โดยแนวโน้มของ NPL ในช่วงที่เหลือของปีนี้อาจปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากความสามารถในการชำระหนี้ลดลง โดยเฉพาะลูกค้าที่ประกอบธุรกิจส่วนตัวที่ได้รับผลกระทบอย่างเห็นได้ชัดหลังภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว
"NPL ยอมรับว่าเพิ่มขึ้นแต่เพิ่มในอัตราที่ลดลง เพราะเรามีการติดตามลูกค้าอย่างใกล้ชิดมากขึ้น โดยผ่านทางสาขา เพราะเขามีความใกล้ชิดกับลูกค้ามากกว่า และมีการเอาท์ซอร์ทคนเพิ่มเพื่อช่วยติดตามหนี้ และสัญญาณตอนนี่ก็มีลูกค้าเขามาขอความช่วยเหลือจากเรา อย่างเช่น การเข้ามาขอปรับโครงสร้างหนี้"นายธัญญพอศ์ กล่าว
ส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมของธุรกิจรายย่อยในปีนี้ยังมั่นใจเติบโตได้ที่ 15% หลังจาก 6 เดือนแรกเติบโตแล้ว 15% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่เติบโต 6-7% เป็นผลมาจากการออกผลิตภัณฑ์ใหม่เพิ่มขึ้น และการเพิ่มประสิทธิภาพการขาย
ขณะที่ธนาคารมีกลุ่มลูกค้า KTB Precious Plus ปัจจุบันมีจำนวนกว่า 20,000 ราย มี AUM มากกว่า 300,000 ล้านบาท ซึ่งมีการเติบโตเฉลี่ยมากกว่า 20% ต่อปี โดยธนาคารได้ให้การดูแลอย่างใกล้ชิด จัดหาสิทธิประโยชน์ที่ตรงกับความต้องการ รวมทั้งจัดกิจกรรมลูกค้าสัมพันธ์ เพื่อเพิ่มพูนความมั่งคั่งให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง และเปิดเลาจน์รับรองพิเศษที่ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน ชั้น 4 นอกจากนี้ยังมีบริการรับรองลูกค้าดังกล่าวในสาขาของธนาคารกรุงไทย 26 สาขาในปัจจุบัน