BSM-W2 ปิดเทรดวันแรกที่ 0.22 บาท มูลค่าซื้อขาย 77.89 ล้านบาท โดยเปิดตลาดที่ 0.16 บาท ราคาขึ้นสูงสุด 0.24 บาท และราคาลงต่ำสุด 0.16 บาท
ขณะที่หุ้น BSM ปิดที่ 0.42 บาท ลดลง 0.01 บาท (-2.33%) มูลค่าซื้อขาย 23.20 ล้านบาท โดยเปิดตลาดที่ 0.43 บาท ราคาปรับตัวขึ้นสูงสุดที่ 0.45 บาท และราคาปรับตัวลงต่ำสุดที่ 0.42 บาท
บล.ทิสโก้ ระบุในนบทวิเคราะห์ฯประเมินมูลค่าที่เหมาะสมของ BSM-W2 คาดว่าจะมี All-in Premium +51% เนื่องจากสถานะที่ Out of The Money 14% ในด้านความน่าสนใจในการลงทุน แม้ว่า BSM หุ้นแม่จะมีความผันผวนที่ค่อนข้างสูงและเงินปันผลที่ต่ำ แต่ด้วยมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันที่ค่อนข้างต่ำเพียง 3.87 ล้านบาท/วัน ทำให้มองว่า BSM-W2 จะมีสภาพคล่องในวันแรก ๆ ที่ทำการซื้อขาย และ BSM-W2 ยังมีอัตรา Gearing เพียง 2.87 เท่าที่ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับ Warrant ตัวอื่น
จากการประเมินมูลค่าที่เหมาะสมในปัจจุบันด้วยวิธี BSM อ้างอิงราคาปิดหุ้นแม่ที่ 0.43 บาท (11 ก.ค.) จะได้มูลค่าที่เหมาะสมของ BSM-W2 ที่ 0.15 บาท พร้อมให้กรอบมูลค่า BSM-W2 ไว้ที่ 0.120-0.183 บาท เมื่อราคาหุ้น BSM เคลื่อนไหวในกรอบ 0.38-0.48 บาท โดยมี Volatility 65% per year
BSM เป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ก่อสร้างคุณภาพสูงสำหรับอาคารสำนักงานและที่อยู่อาศัย โดยเน้นผลิตภัณฑ์ที่มีดีไซน์และนวัตกรรมใหม่ๆ โดยแบ่งประเภทของผลิตภัณฑ์ได้ 3 ประเภทคือ 1) ระบบฝ้าเพดานและผนังยิบซั่ม 2) อลูมิเนียม สำหรับตกแต่งภายใน 3) ระบบประตู หน้าต่างคุณภาพสูง โดยมีกลุ่มลูกค้าคือผู้รับเหมาและผู้ออกแบบ
BSM-W2 จำนวนที่ออก 278.58 ล้านหน่วย จัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมที่ซื้อหุ้นเพิ่มทุนในอัตราส่วน 4.5 : 1 : 1 (ขึ้นเครื่องหมาย XRW ในวันที่ 9 พ.ค. 2559 โดยมีราคาเพิ่มทุนที่ 0.50 บาท) อัตราใช้สิทธิ 1 : 1 @ 0.50 บาท, อายุ 2.5 ปี โดยสามารถใช้สิทธิได้ทุกวันทำการสุดท้ายของทุกไตรมาส (ใช้สิทธิได้ครั้งแรกในวันที่ 30 ก.ย. 2559 และใช้สิทธิได้ครั้งสุดท้ายในวันหมดอายุ)