ทริส ให้เครดิตหุ้นกู้ไม่มีประกันชุดใหม่-คงอันดับเดิม CPFที่“A+/Stable"

ข่าวหุ้น-การเงิน Friday September 21, 2007 09:50 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

          บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ประกาศอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่มีประกันชุดใหม่ในวงเงินรวมไม่เกิน 6,000 ล้านบาทของบมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร(CPF) ที่ระดับ “A+"  พร้อมทั้งคงอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ไม่มีประกันชุดปัจจุบันของบริษัทที่ระดับ “A+" ด้วยแนวโน้ม “Stable" หรือ “คงที่" 
อันดับเครดิตดังกล่าวสะท้อนถึงสถานะความเป็นผู้นำของบริษัทในธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรม การกระจายความเสี่ยงของธุรกิจโดยการมีสินค้าที่หลากหลายและมีการลงทุนในประเทศต่างๆ ตลอดจนการมีคณะผู้บริหารที่มีความสามารถในการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับภาวะแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป
อย่างไรก็ตาม การให้อันดับเครดิตยังพิจารณาถึงอัตราส่วนกำไรจากการดำเนินงานของบริษัทที่ค่อนข้างต่ำ ความเสี่ยงที่เกิดจากความผันผวนของราคาสินค้าเกษตรกรรมพื้นฐาน และมาตรการที่เข้มงวดยิ่งขึ้นของประเทศผู้นำเข้า
แนวโน้มอันดับเครดิต “Stable" หรือ “คงที่" สะท้อนความคาดหมายว่าบริษัทจะรักษาสถานภาพทางการตลาดในธุรกิจเกษตรอาหารที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาเอาไว้ได้
ทั้งนี้ การตัดสินใจนำตราสัญลักษณ์ “CP" มาใช้กับผลิตภัณฑ์อาหารของบริษัทมีความสำคัญในเชิงกลยุทธ์และน่าจะช่วยลดความผันผวนของราคาสินค้าพื้นฐานลงได้บางส่วน การมีสินค้าที่หลากหลายและมีการจัดจำหน่ายในหลายๆ ประเทศ ประกอบกับการมีธุรกิจขนาดใหญ่ซึ่งทำให้ได้ประโยชน์จากการประหยัดจากขนาดน่าจะช่วยกระจายความเสี่ยงของธุรกิจและช่วยให้บริษัทมีกำไรที่สม่ำเสมอขึ้นในระยะปานกลาง
ทริสเรทติ้งรายงานว่า CPF เป็นผู้ประกอบการธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมรายใหญ่ที่สุดในประเทศ ซึ่งธุรกิจดังกล่าวถือเป็นธุรกิจหลักของเครือเจริญโภคภัณฑ์ในประเทศไทยด้วย โดย ณ เดือนเมษายน 2550 บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด และบริษัทในเครือถือหุ้นในบริษัท 39.66% ธุรกิจของบริษัทแบ่งออกเป็น 2 สายหลักคือ สัตว์บก และสัตว์น้ำ คิดเป็นสัดส่วน 70% และ 30% ของยอดขายรวมตามลำดับ โดยในแต่ละสายธุรกิจจะครอบคลุมสินค้าตั้งแต่อาหารสัตว์ สัตว์มีชีวิต เนื้อสัตว์ และผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมรับประทาน
การดำเนินธุรกิจแบบครบวงจรส่งผลให้สินค้าของบริษัทได้มาตรฐานสากลในด้านความปลอดภัยและการตรวจสอบย้อนกลับซึ่งสามารถส่งออกไปยังประเทศผู้นำเข้าหลัก เช่น สหรัฐอเมริกา ประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรป และญี่ปุ่น เพื่อลดความเสี่ยงที่เกิดจากความผันผวนของราคาสินค้าเกษตรกรรมพื้นฐานและเพื่อให้มีกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอยิ่งขึ้น
บริษัทยังคงให้ความสำคัญกับการคิดค้นผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมรับประทานเพื่อจำหน่ายทั้งตลาดภายในประเทศและตลาดส่งออกภายใต้ตราสัญลักษณ์ “CP" นอกจากนี้ สัดส่วนรายได้จากธุรกิจในต่างประเทศก็ปรับเพิ่มขึ้นจากเดิมที่ 8% ของยอดขายในปี 2546 เป็น 16% ของยอดขายในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2550
CPF มีผลการดำเนินงานขาดทุน 180 ล้านบาทในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2550 ซึ่งเป็นผลมาจากราคาสินค้าหลักที่ปรับลดลงค่อนข้างมาก ในขณะที่ต้นทุนด้านวัตถุดิบ พลังงาน และค่าเงินบาทเพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม สถานการณ์โดยรวมมีแนวโน้มที่ดีขึ้นจากการฟื้นตัวของราคาสินค้าเกษตรอาหารตั้งแต่ช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2550
การฟื้นตัวของราคาสินค้าปศุสัตว์ภายในประเทศและแนวโน้มการส่งออกที่ดีน่าจะช่วยให้บริษัทมีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นสำหรับช่วงเวลาที่เหลือของปี เพื่อเป็นการลดผลกระทบจากการแข็งค่าของเงินบาทต่อเงินดอลลาร์สหรัฐ CPF ทำสัญญาขายสินค้าเป็นสกุลเงินปอนด์สเตอร์ลิงและเงินยูโรประมาณ 30% ของยอดขายส่งออกของบริษัท
ทั้งนี้ ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2550 บริษัทมียอดขายจากการส่งออก 17% ของยอดขายรวม โดยเป็นยอดขายไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา 2% ประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรป 9% และประเทศในเอเซียอีก 6%
ทริสเรทติ้งกล่าวว่า การที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญในเรื่องความปลอดภัยของอาหารมากขึ้น รวมทั้งความผันผวนในตลาดสินค้าเกษตรกรรมพื้นฐานที่เพิ่มขึ้น และมาตรการด้านการค้าที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลายังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมในปัจจุบัน นอกจากนี้ ต้นทุนวัตถุดิบจากสินค้าพืชผลที่สูงขึ้นจะเป็นแรงกดดันต่อผลกำไรของบริษัทเหล่านี้ในอนาคต

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ