
นายพงศ์ธร ธาราไชย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.โปรเจค แพลนนิ่ง เซอร์วิส (PPS) เปิดเผยว่า ทิศทางธุรกิจปี 65 บริษัทมุ่งเน้นกลยุทธ์พัฒนานวัตกรรมยกระดับองค์กรสู่สากล ตั้งเป้าหมายผลประกอบการพลิกฟื้นกลับมา โดยวางเป้าหมายรายได้เติบโต 10%
บริษัทมีแผนในการพัฒนาและปรับใช้นวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับบริการของบริษัท ประกอบด้วย 1. เพิ่มบริการที่เป็นลักษณะการเหมาจ้างแบบเบ็ดเสร็จ (Turn key Design Build) สำหรับงานปรับปรุงบำรุงรักษา (Renovation) สร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง 2. พัฒนาการสร้างพื้นที่เสมือนจริง (Virtual Space) สามารถเข้าไปชมพื้นที่แบบจำลอง และใช้เป็นห้องตัวอย่างเสมือนจริง เพื่อเสริมความสามารถทางการขาย

3. การพัฒนานวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับการบริหารโครงการ ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัท อาทิ การตรวจงาน การประสานงาน การควบคุมแผนงาน และการจัดการเอกสาร และ 4. การพัฒนานวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับส่วนสนับสนุน (Back office) เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าและพนักงาน
"PPS ตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ รวมถึงสภาวะการแข่งขันที่สูงขึ้น บริษัทจึงต้องปรับตัวและเปลี่ยนแปลงให้ก้าวหน้าขึ้นไปอยู่เสมอ ซึ่ง PPS ถือเป็นบริษัทที่ปรึกษาวิศกรรายแรกๆที่มีความพร้อมในเรื่องการพัฒนาเทคโนโลยี และนำมาประยุกต์ใช้ในงานก่อสร้าง ด้วยการเพิ่มบริการที่หลากหลาย เพื่อเจาะกลุ่มตลาดลูกค้าใหม่ๆ โดยในระยะยาวเทคโนโลยีดังกล่าว จะเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนที่สำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ผลักดันให้บริษัทเติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้และสามารถสร้างผลกำไรอย่างต่อเนื่อง" นายพงศ์ธร กล่าว

สำหรับแนวโน้มการดำเนินงานไตรมาส 1/65 บริษัทเตรียมความพร้อมเพื่อยื่นเสนองานภาครัฐและเอกชน คาดว่าจะมีโครงการที่ทยอยลงทุนหลายงานตามนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งนี้ บริษัทได้รับงานใหม่จากงานปรึกษาโครงการพระราชวังสนามจันทร์ จังหวัดนครปฐม งานโลตัส Community Center และงานกลุ่ม Moderntrade อื่นๆ ส่งผลให้ปัจจุบันบริษัทมีงานในมือ (Backlog) อยู่ที่ 700 ล้านบาท ซึ่งจะรับรู้รายได้ในปีนี้ราว 300 ล้านบาท
ส่วนการดำเนินงานโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภทลักซ์ชัวรี่วิลล่าในที่ดินแหลมยามู จ.ภูเก็ต ในปีที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ส่งผลให้ความคืบหน้าการขายล่าช้า อย่างไรก็ตาม กลุ่มบริษัทได้พัฒนาพื้นที่ส่วนกลาง ประกอบด้วย ถนน และแหล่งจ่ายไฟ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ที่สนใจเข้ามาดูโครงการ และคาดว่าในปี 65 นี้ การแพร่ระบาดโควิด-19 จะลดความรุนแรงลง และสามารถกลับมาดำเนินงานได้ตามแผนที่วางไว้