นานประสาร ไตรรัตน์วรกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย(KBANK)กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.)จะต้องหาจุดสมดุลในการพิจารณาความเหมาะสมของอัตราดอกเบี้ยในประเทศให้ได้ ระหว่างปัจจัยที่ธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)ได้ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยมาตรฐานลงและกำลังจะปรับลดดอกเบี้ยระยะสั้นลงอีกครั้งในคืนนี้ กับปัจจัยในประเทศที่อัตราเงินเฟ้อกำลังเร่งตัวสูงขึ้น
สำหรับสถานการณ์ปัญหาเศรษฐกิจในสหรัฐในขณะนี้เป็นเรื่องที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดและต้องระมัดระวังตัว เพราะตลาดเงินของสหรัฐมีความผันผวนอย่างหนัก กนง.จะต้องคำนวณข้อมูลและศึกษาให้ดี เพื่อกำหนดทิศทางอัตราดอกเบี้ยของไทยที่เหมาะสม เพราะหากไม่ลดดอกเบี้ยลงก็จะทำให้ส่วนต่างระหว่างดอกเบี้ยในประเทศและนอกประเทศมากขึ้นอีก ส่งผลให้อาจจะเงินมีเงินไหลเข้าและเงินบาทจะแข็งค่าขึ้น
ส่วนอัตราเงินเฟ้อล่าสุดที่เร่งตัวมาที่ 5.4% ในเดือนก.พ.นั้น หากเงินบาทแข็งค่าขึ้นอีกก็อาจจะช่วยชะลอการเร่งตัวของเงินเฟ้อได้ส่วนหนึ่ง และหากราคาน้ำมันในตลาดโลกไม่ปรับขึ้นไปมากกว่านี้ ก็อาจทำให้อัตราเงินเฟ้อปรับลดลงได้
"บาทอาจจะแข็งค่าขึ้น เพราะตลาดคาดว่าเฟดจะลดดอกเบี้ย 0.75-1% ทำให้ส่วนต่างดอกเบี้ยกับสหรัฐเพิ่มเป็น 1.00-1.25% ทำให้เงินไหลเข้า แต่ว่าไทยก็ย้งมีปัญหาเรื่องเงินเฟ้อ กนง.จะต้องหาจุดสมดุลต่อดอกเบี้ยไทยให้ได้"นายประสาร กล่าว
อย่างไรก็ตา คาดว่าทั้งปี 51 อัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยจะปรับลดลงประมาณ 0.5% โดยการประชุมกนง.ครั้งต่อไปกำหนดมีขึ้นในวันที่ 9 เม.ย.นี้
--อินโฟเควสท์ โดย ธปฦ/ศศิธร/เสาวลักษณ์ โทร.0-2253-5050 ต่อ 353 อีเมล์: saowalak@infoquest.co.th--