ฺBAY เผยอยู่ระหว่างเตรียมขาย NPL เพิ่มอีก 1 หมื่นลบ.ในปีนี้

ข่าวหุ้น-การเงิน Monday April 21, 2008 16:34 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

          นายตัน คอง คูน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (ฺBAY) กล่าวว่า ในปีนี้ ธนาคารยังอยู่ระหว่างเตรียมการขาย NPL เพิ่มเติมอีกประมาณ 10,000 ล้านบาท หลังจากที่ได้รับอนุมัติจากผู้ถือหุ้นให้ขาย NPL จำนวน 6,270 ล้านบาทในไตรมาสนี้ ซึ่งคาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ภายในไตรมาส 2/2551 
ในส่วนของการขยายธุรกิจภายในธนาคารเองหรือการเติบโตจากธุรกรรมปกติ ก็สามารถขยายสินเชื่อสุทธิได้กว่า 10,700 ล้านบาท เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ ในส่วนของความจำเป็นที่ต้องทำการบันทึกมูลค่ายุติธรรม (mark-to-market)
สำหรับการลงทุนใน CDO ที่ธนาคารถืออยู่ซึ่งไม่ได้เป็นการลงทุนในสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ด้อยคุณภาพ (sub-prime mortgage) เพื่อให้เป็นไปตามเกณฑ์ใหม่ของธนาคารแห่งประเทศไทยนั้น เชื่อว่าจะส่งผลกระทบเชิงลบต่อธนาคารชั่วคราวเท่านั้น โดยธนาคารน่าจะสามารถบันทึกผลขาดทุนที่ได้ตั้งไว้กลับคืนเป็นรายได้ก่อน CDO ครบอายุในปี 2555
ทั้งนี้ จะเห็นว่าถึงแม้ธนาคารจะต้องบันทึกขาดทุนจากการ mark-to-market ถึง 690 ล้านบาท ธนาคารก็ยังสามารถรายงานผลการดำเนินงานที่ปรับปรุงดีขึ้นจากไตรมาสก่อนค่อนข้างมาก
นายตัน คอง คูน กล่าวต่อไปว่า สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2551 เป็นที่น่าพอใจทั้งด้านการเงินและด้านอื่น ๆ โดยธนาคารได้เข้าซื้อกิจการ GECAL เสร็จสมบูรณ์ซึ่งเป็นการเติบโตอย่างก้าวกระโดดที่เริ่มส่งผลบวกต่อผลการดำเนินงานของธนาคารตามแผนที่วางไว้
“จนถึงวันนี้ ธนาคารพอใจกับความคืบหน้าในการดำเนินงาน เพราะเห็นได้ว่าเป็นไปตามแผนที่วางไว้ สำหรับลูกค้าก็จะเห็นการออกผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ที่จะอำนวยความสะดวกในการใช้บริการทางการเงินออกมาอย่างต่อเนื่อง" นายตัน กล่าว
ในไตรมาส 1 ปี 51 ธนาคารกรุงศรีอยุธยา มีกำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน 67% แม้ว่าในไตรมาสนี้จะต้องทำการบันทึกขาดทุนจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของตราสาร Collateralized Debt Obligations (CDO) ที่ธนาคารลงทุนประเภทถือจนครบอายุ รวม 85 ล้านเหรียญสหรัฐอเมริกา อีก 690 ล้านบาท หรือ 26% โดยรายการหลักที่ส่งผลให้การดำเนินงานปรับปรุงดีขึ้นจากไตรมาสก่อนได้แก่ รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 12% รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 4% และรายจ่ายที่มิใช่ดอกเบี้ยลดลง 7% และในไตรมาสนี้ ธนาคารได้ตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญจำนวน 1,591 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 538 ล้านบาทในไตรมาส 4/2550 สะท้อนแผนของธนาคารในอันที่จะเร่งขจัดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้และการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของสัดส่วน สินเชื่อเพื่อรายย่อยจาก 22% เมื่อสิ้นปี 2550 เป็น 34% ณ สิ้นไตรมาส 1/2551 โดยสาเหตุหลักเกิดจากการเข้าซื้อธุรกิจบริษัท จีอี แคปปิตอล ออโต้ ลีส จำกัด (มหาชน) (GECAL) ซึ่งเสร็จสมบูรณ์เมื่อกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
หลังการเข้าซื้อธุรกิจ GECAL ณ วันที่ 31 มีนาคม 2551 ธนาคารมีสินทรัพย์รวม 725,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2550 จำนวน 72,600 ล้านบาท หรือ 11% มีเงินให้สินเชื่อรวม 538,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 88,400 ล้านบาท หรือ 20% เงินฝากมีจำนวน 518,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18,900 ล้านบาท หรือ 4% และธนาคารยังคงมีอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) ในระดับที่แข็งแกร่งคือ 17.8% โดยเป็นเงินกองทุนขั้นที่ 1 (Tier 1) 13.5%

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ