ตลาดหุ้นไทยต้นเช้านี้ร่วง 40 จุดตามภูมิภาค จากความกังวลจากรณีที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานธานาธิบดีสหรัฐ ประกาศขึ้นภาษีแคนาดาและเม็กซิโกที่ 25% และจีนที่ 10% เร็วกว่าคาด เป็นแรงกดดันต่อแรงกดดันต่อบรรยากาศลงทุนทั่วโลก ขณะที่มีแรงขายหุ้นใหญ่ฉุดตลาด หลังดัชนีหลุดแนวรับ 1,300 จุด
เมื่อเวลา 10.03 น. ดัชนี SET อยู่ที่ 1,274.45 จุด ลดลง 40.05 จุด (3.05%)
นายถนอมศักดิ์ สหรัตน์ชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการและหัวหน้าฝ่ายวิจัย บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง (KTX) กล่าวว่า ดัชนี SET ภาคเช้าร่วง 40 จุด หรือลงไปถึง 3% รับแรงกดดันจากจากการที่ประธานาธิบดีสหรับเริ่มเก็บภาษีแคนาดาและเม็กซิโก 25% และเก็บจีนเพิ่มอีก 10% ซึ่งเร็วกว่าที่คาดไว้ ทำให้เป็นปัจจัยที่กดดันต่อตลาดหุ้นในเอเชียในเช้าวันนี้ปรับตัวลงตามกันจากแรงขายสินทรัพย์เสี่ยง
ตลาดหุ้นไทยเช้านี้มีแรงขายหุ้นขนาดใหญ่ออกมากดดันดัชนีจนหลุด 1,300 จุด ทำให้ภาพทางเทคนิคมีโอกาสปรับตัวลงต่อได้ โดยให้แนวรับต่อไปที่ 1,260 จุด แนวต้าน 1,290 จุด
บล.ยูโอบี เคย์เฮียน ระบุว่า การประกาศขึ้นภาษีสร้างแรงกดดันต่อบรรยากาศลงทุนเอเชียเช้านี้ สหรัฐฯ ประกาศขึ้นภาษีแคนาดาและเม็กซิโกที่ 25% และจีนที่ 10%: สหรัฐฯ ขึ้นภาษีนำเข้า (Tariff) จากแคนาดาและเม็กซิโก 25% ขณะที่ขึ้นภาษีนำเข้าจากจาก 10% ด้วยเหตุผลเกี่ยวกับ 1) การนำเข้ายาแก้ปวดที่มีฤทธิ์เสพติดสูงไม่ถูกต้องอย่าง เฟนทานิล 2) การอพยพ และลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย มีผลตั้งแต่ 1 ก.พ. 68
ทั้งนี้ ทั้ง 3 ประเทศมีมาตรการโต้ตอบสหรัฐฯ ดังนี้ 1) แคนาดา ขึ้นภาษีสินค้าหลายประเภทจากสหรัฐฯ 25% 2) เม็กซิโก ขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ 5-20% และ 3) จีน ยื่นเรื่องต่อองค์การค้าโลก (WTO) เพื่อคัดค้านมาตรการภาษีของสหรัฐฯ และเตรียมใช้มาตรการตอบโต้เพิ่มเติม
สถานการณ์ความขัดแย้งทางการค้าและเศรษฐกิจที่ยกระดับขึ้นคาดสร้างแรงกดดันต่อหุ้นและสินทรัพย์เสี่ยงเอเซียเช้านี้ ดัชนีค่าเงินดอลลาร์ (Dollar Index) แข็งค่าขึ้น
ธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ แม้เป็นการยากที่จะประเมินผลกระทบทั้งหมดของมาตรการขึ้นภาษี แต่ในเบื้องต้นคาดกระทบต่อ 1) ธุรกิจอีคอมเมิร์ซของจีน เช่น Alibaba, Shein, Temu (ผลการศึกษาของม.แคลิฟอร์เนีย ลอสแองเจลิสและเยล พบว่า พัสดุจาก Shein และ Temu คิดเป็น 30% ของพัสดุที่ได้รับการยกเว้นภาษี)
2) อุตสาหกรรมเซมิคอนดัคเตอร์ ผู้ผลิตชิปที่มีลูกค้าในจีน อาทิ TSMC (ไต้หวัน) และ Samsung Electronic (เกาหลีใต้)
3) อุตสาหกรรมยานยนต์และการลงทุนในเม็กซิโก HL Mando และ Kia (เกาหลีใต้) และ BYD (จีน)
4) อุตสาหกรรมพลังงานสีเขียว แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า Samsung SDI และ LG Chem (เกาหลีใต้) และ Longi Green Energy Technology (จีน)
โดยรวมนอกจากจีนที่ได้รับผลกระทบจากการขึ้นภาษีของสหรัฐฯ ประเมินว่าเกาหลีใต้และไต้หวันก็อาจได้รับผลกระทบในระดับสูง