
นายสิทธิภาส อุดมผลกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เอเชียนน้ำมันปาล์ม [APO] เปิดแผนธุรกิจปี 68 มุ่งมั่นขยายธุรกิจด้วยการเพิ่มศักยภาพด้านการผลิต โดยจะขับเคลื่อนกลยุทธ์บริหารจัดการซัพพลายการจัดซื้อทะลายปาล์มสด ภายใต้โครงการ ?ตัดสุก มีสุข (AsianPlus+)? ที่มีการคัดเลือกทะลายปาล์มที่มีคุณภาพ ทำให้อัตราในการสกัดน้ำมันปาล์มดิบสูงขึ้นซึ่งจะทำให้กำลังการผลิตน้ำมันปาล์มดิบได้ตามเป้าหมายรองรับกับดีมานด์ของตลาด ทั้งยังเป็นโครงการที่เข้าไปช่วยเหลือเกษตรกรให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และมีส่วนร่วมในการสร้างความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันของประเทศไทย
ขณะที่สถานการณ์ทะลายปาล์มสดปีนี้คาดการณ์ว่าน้ำหนักของผลผลิตที่เก็บเกี่ยวจะเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากปริมาณน้ำฝนเพียงพอต่อความต้องการของต้นปาล์ม แต่ราคาทะลายปาล์มสดไตรมาส 1/2568 (มกราคม-มีนาคม 2568) อยู่ในระดับราคาที่ยังสูง เพราะเป็นช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดน้อย คาดว่าจะเริ่มออกสู่ตลาดมากขึ้นในเดือนเมษายนนี้ จากการวางกลยุทธ์เชิงรุกเพื่อผลักดันการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยคาดการณ์ว่าในปี 68 จะมีรายได้ทะยานสู่ 2,000 ล้านบาท เติบโต 12%
สำหรับผลดำเนินงานปี 67 บริษัทมีรายได้รวมจากการดำเนินงาน 1,795.25 ล้านบาท เติบโต 17.64% เมื่อเทียบกับปีก่อน และทำกำไรสุทธิ 107.06 ล้านบาท เติบโต 724.29% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งการเติบโตอย่างโดดเด่นมาจากการขยายตัวในทุกกลุ่มธุรกิจ ได้แก่ ธุรกิจน้ำมันปาล์มมีรายได้ 1,782.32 ล้านบาท เติบโต 17.42% ส่งผลให้ปริมาณการขายและการผลิตน้ำมันปาล์มดิบเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีปัจจัยจากความต้องการของในตลาด ทั้งในด้านเชื้อเพลิงและการบริโภคเพิ่มขึ้น
ขณะที่รายได้จากเมล็ดในปาล์มอยู่ที่ 237.13 ล้านบาท เติบโต 38.35% ส่วนธุรกิจผลิตพลังงานไฟฟ้าจากก๊าซชีวภาพมีรายได้ 12.93 ล้านบาท เติบโต 57.62% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งผลประกอบการที่โดดเด่นของบริษัทฯ มาจากการวางกลยุทธ์บริหารธุรกิจจัดซื้อทะลายปาล์มสดอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้กำลังการผลิตน้ำมันปาล์มดิบอยู่ในระดับสูง ประกอบกับความต้องการใช้น้ำมันปาล์มดิบที่เพิ่มขึ้นและราคาที่ปรับตัวสูงขึ้น
ขณะที่กำไรขั้นต้นงวด 12 เดือนอยู่ที่ 204.31 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 186.87% เมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนให้เห็นถึงผลสำเร็จจากการบริหารจัดการที่เข้มแข็ง สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และลดต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สามารถรักษากำไรขั้นต้นได้ แม้ในภาวะที่ต้นทุนวัตถุดิบหรือทะลายปาล์มดิบปรับตัวสูงขึ้น