AWC มั่นใจปี 68 ผลงานนิวไฮต่อ ทุ่มงบ 2.2 หมื่นลบ. เสริมพอร์ตธุรกิจโรงแรม-คอมเมอร์เชียล

ข่าวหุ้น-การเงิน Thursday February 27, 2025 16:10 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.แอสเสท เวิรด์ คอร์ป [AWC] เปิดเผยถึงแนวโน้มการดำเนินงานในไตรมาส 1/68 คาดยังเติบโต แม้ตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนยังไม่ตามเป้า แต่มีโมเมนตัมจากการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่องของภาครัฐ ทำให้เห็นโอกาสโตต่อ หนุนผลการดำเนินงานของบริษัทปี 68 ทำนิวไฮต่อเนื่อง แย้มอยู่ระหว่างการเจรจาชักชวนพาร์ทเนอร์รายใหญ่จากดูไบ ร่วมพัฒนาโครงการในพื้นที่พัทยา

โดยปี 67 บริษัทมี อัตราการเข้าพัก (Occupancy rate) อยู่ในระดับ 72% ซึ่งปี 68 คาดว่าจะกลับไปที่ระดับก่อนโควิด-19 ที่ 75% พร้อมเตรียมเงินลงทุนกว่า 22,000 ล้านบาท เสริมพอร์ตธุรกิจโรงแรมและคอมเมอร์เชียล ด้วย 9 โครงการไฮไลท์นำโดยโครงการใหม่ Jubilee Prestige Tower มูลค่า 8,704 ล้านบาทย่านรัชดาภิเษก

AWC เดินหน้ากลยุทธ์การเติบโตในปี 2568 อย่างแข็งแกร่งด้วยการขยายพอร์ตโฟลิโอในกลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการ รวมถึงกลุ่มธุรกิจคอมเมอร์เชียล โดยคณะกรรมการบริษัทมีมติเห็นชอบในการเข้าลงทุนใน บริษัท เลอ คองคอร์ด โฮเต็ล จำกัด ซึ่งครอบคลุม อาคารสำนักงานขนาด 45,792 ตารางเมตร และโรงแรมขนาด 407 ห้อง ใจกลางพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ และจะช่วยสร้างกระแสเงินสดได้อย่างทันทีให้กับบริษัท โดย AWC มีแผนพัฒนาโครงการภายใต้ชื่อ Jubilee Prestige Tower ให้เป็นอาคารสำนักงานไลฟ์สไตล์รูปแบบใหม่ และโรงแรมหรูภายใต้แบรนด์ JW Marriott ที่บริหารงานโดยแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล เครือโรงแรมที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกซึ่งเป็นโครงการ ที่ตั้งอยู่ใจกลางถนนรัชดาภิเษก โดยมีแผนพัฒนาให้เป็นโมเดล AWC?s Lifestyle Destination ผสมผสาน Wellness และประสบการณ์แบบ Luxury Bleisure พิเศษครั้งแรกของประเทศ พร้อมเปิดดำเนินการได้เต็มรูปแบบภายในปี 2571

ทั้งนี้การเข้าลงทุนใน บริษัท เลอ คองคอร์ด โฮเต็ล จำกัด บริษัทได้มีการพูดคุยกับพาร์ทเนอร์มาประมาณ 2 ปีที่แล้ว และได้ลงทุนมากกว่ามูลค่าของทรัพย์ เพื่อเพิ่มมูลค่าของโครงการ ดึงกลุ่มลูกค้าใหม่ ซึ่งเชื่อมั่นว่าจะทำให้บริษัทได้รับผลตอบแทนที่เพิ่มมากขึ้น

นอกจากนี้ในปี 2568 AWC ยังเดินหน้าสร้างการเติบโตกระแสเงินสดอย่างแข็งแกร่งและต่อเนื่อง พร้อมเสริมศักยภาพจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวริมทะเลที่เชื่อมโยงกับกรุงเทพฯ ที่โรงแรม มีเลีย พัทยา โฮเต็ล ประเทศไทย โครงการแรกของ AWC ในพัทยาซึ่งเปิดให้บริการแล้วในเดือนมกราคม 2568 เพื่อเสริมศักยภาพพอร์ตโฟลิโอและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ต่อเนื่องถึงแผนการเปิดโรงแรม พัทยา แมริออท รีสอร์ต แอนด์ สปา โรงแรม แฟร์มอนท์ แบงคอก สุขุมวิท โครงการ The Empire Wellness ณ อาคาร "เอ็มไพร์" โครงการ ลานนาทีค เดสทิเนชั่น เฟส 1 ณ จังหวัดเชียงใหม่ และการเปิดตัวโครงการ Jurassic World: The Experience ณ โครงการเอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น เพื่อพัฒนาโครงการคุณภาพระดับสากล และสนับสนุนอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์และท่องเที่ยวของไทยสู่เวทีโลก พร้อมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่จุดหมายปลายทางท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก

AWC ยังคงเดินหน้าสร้างการเติบโตที่แข็งแกร่งและยั่งยืนตามแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี ภายในปี 2572 โดยมุ่งเน้นการพัฒนาธุรกิจภายใต้แนวคิด "Building a Better Future" พร้อมตั้งเป้าหมายสำคัญ 3 ประการ ได้แก่

1) เพิ่มมูลค่าทรัพย์สินดำเนินงาน 2 เท่า สู่ระดับ 300,000 ล้านบาท พร้อมขยายห้องพักรวมสู่ 12,000 ห้อง

2) สร้างผลตอบแทนจากส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) มากกว่า 15% จากการเร่งผลักดันศักยภาพของทรัพย์สินที่อยู่ในช่วงดำเนินงานเริ่มต้น (Ramp Up) ให้เข้าสู่ระดับการดำเนินงานปกติ (BAU) หนุนให้ทรัพย์สิน BAU เติบโตขึ้น จากสัดส่วน 24% ในปี 67 เพิ่มมากกว่า 70% ในปี 72

3) เดินหน้าการเติบโตก้าวกระโดดต่อเนื่องในฐานะบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำที่มุ่งเน้นการสร้างจุดหมายปลายทางยั่งยืนระดับโลก ด้วยโครงการคุณภาพระดับแลนด์มาร์ก เสริมศักยภาพความร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลก และยกระดับมาตรฐานการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์สู่ระดับสากล

ขณะที่ผลประกอบการปี 2567 เติบโตก้าวกระโดดในทุกมิติ พร้อมสร้างสถิติใหม่ด้วย 5 นิวไฮ สูงสุดในรอบ 5 ปี นับตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ จากการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพและกลยุทธ์การลงทุนที่แข็งแกร่งดังนี้

1) กำไรสุทธิ 5,850 ล้านบาท เติบโต 14.6% เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อน (YoY)

2) กำไรจากการดำเนินงานกลุ่มธุรกิจ (BU EBITDA) 11,965 ล้านบาท เติบโต 11.9% (YoY)

3) รายได้เฉลี่ยต่อวัน (Average Daily Rate: ADR) 5,873 บาทต่อคืน เติบโต 3.8% (YoY)

4) รายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (RevPAR) 4,200 บาทต่อคืน เติบโต 14.8% (YoY) สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาด

5) อัตราผลตอบแทนกำไรจากการดำเนินงานต่อทรัพย์สินถาวร (EBITDA Yield) ของทรัพย์สินดำเนินงานเติบโตสู่ 10.1% โดยมีมูลค่าทรัพย์สินถาวรรวมเติบโตเท่าตัวภายใน 5 ปี สู่มูลค่า 198,726 ล้านบาท จากกลยุทธ์ GROWTH-LED Strategy และการพัฒนาโครงการคุณภาพร่วมกับพันธมิตรระดับโลกเพื่อสร้าง AWC?s Lifestyle Destination หลากหลายโครงการในเมืองท่องเที่ยวสำคัญทั่วไทย พร้อมเร่งเครื่องแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี ขยายพอร์ตทรัพย์สินดำเนินงานอีก 2 เท่า สู่มูลค่า 300,000 ล้านบาท ในปี 2572 ภายใต้แนวคิด "Building a Better Future" ร่วมเสริมศักยภาพให้อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์และการท่องเที่ยวยั่งยืนของไทยอย่างต่อเนื่อง

แม้เศรษฐกิจไทยยังคงเผชิญกับความท้าทาย แต่ AWC สามารถสร้างการเติบโตอย่างโดดเด่นด้วยกลยุทธ์ "GROWTH-LED Strategy" ที่เน้นสร้างกระแสเงินสดอย่างแข็งแกร่ง โดย AWC มีรายได้รวมปี 2567 อยู่ที่ 21,011 ล้านบาท เติบโต 10.5% (YoY) จากการเติบโตของทุกกลุ่มธุรกิจ

  • กลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการ สร้างกระแสเงินสดแข็งแกร่ง โดยมีกำไรจากการดำเนินงาน (EBITDA) ของกลุ่มธุรกิจก้าวกระโดดถึง 31% (YoY) มีอัตราการเข้าพักตลอดปี 2567 เฉลี่ย 72% เติบโต 7% (YoY) สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาด และมีรายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (RevPAR) ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องสู่ระดับ 4,200 บาทต่อคืน เติบโต 14.8% (YoY) สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาด จากความสามารถในการดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงกว่า 650 ล้านคนทั่วโลกผ่านเครือข่ายพันธมิตรระดับโลก ส่งผลให้โรงแรมของ AWC มีดัชนีการสร้างรายได้ (Revenue Generation Index หรือ RGI) สูงกว่าค่าเฉลี่ยตลาดเมื่อเทียบกับโรงแรมในกลุ่มเดียวกันที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง อาทิ โรงแรม คอร์ทยาร์ด แมริออท ภูเก็ต ทาวน์ ที่ได้รับความนิยมในกลุ่มนักท่องเที่ยว RGI เท่ากับ 195 โรงแรม แบงค็อก แมริออท เดอะ สุรวงศ์ ที่ได้รับความนิยมในกลุ่มประชุมสัมมนา RGI เท่ากับ 170 และโรงแรมเลอ เมอริเดียน กรุงเทพ ที่ได้รับความนิยมในกลุ่มนักท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ RGI เท่ากับ 147

พร้อมเดินหน้าสร้างความโดดเด่นให้กับอุตสาหกรรมด้วยการเปิดห้องอาหารชั้นนำจำนวน 8 แห่งในกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ นำด้วยความพิเศษใหม่ของ F&B Rooftop Destination ที่สูงที่สุดของกรุงเทพฯ ด้วยห้องอาหาร Nobu ที่สูงที่สุดในโลก รวมถึงครั้งแรกของห้องอาหารไทยโดยเชฟมิชลินสตาร์บนรูฟทอปที่ใหญ่และสูงที่สุดแห่งแรกของโลกที่ร้าน Le Du Kaan ต่อด้วยความพิเศษของอาหารจีนร่วมสมัยจากเชฟระดับมิชลินสตาร์ที่ร้าน K by Vicky Cheng และห้องอาหารอิตาเลียน Sartoria by Paulo Airaudo โดยเชฟมิชลินสองดาว รวมถึงห้องอาหารที่โดดเด่นในโครงการต่าง ๆ อีกมากมายทั้งห้องอาหาร Hong?s Chinese Restaurant & Sky Bar ร้าน Cafe de Petal และ Teeshot Bar พร้อมส่งท้ายฉลองคริสต์มาสด้วยการเปิดตัว Okura Cruise เรือไคเซกิและเทปันยากิหรูลำแรกของโลก ภายใต้โครงการ "AWC River Journey Project" เพื่อมอบประสบการณ์ห้องอาหารระดับไฟน์ไดนิ่งบนสายน้ำเจ้าพระยา

  • กลุ่มธุรกิจคอมเมอร์เชียลของ AWC ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งในทุกเซ็กเมนต์ โดยในปี 2567 มีกำไรจากการดำเนินงาน (EBITDA) ของกลุ่มธุรกิจเติบโต 12% (YoY) สร้างกระแสเงินสดที่มั่นคงให้กับบริษัท พร้อมมียอดการปล่อยพื้นที่เช่าใหม่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมามากกว่า 34,000 ตารางเมตร เพิ่มขึ้น 15% (YoY) ตอกย้ำศักยภาพการพัฒนาทรัพย์สินและกลยุทธ์การตลาดที่มีประสิทธิภาพ โดยบริษัทเดินหน้ายกระดับธุรกิจคอมเมอร์เชียลให้เป็นศูนย์กลางแห่งไลฟ์สไตล์และการทำงานที่ทันสมัย ตอบรับแนวโน้มการใช้ชีวิตและพฤติกรรมของลูกค้าในยุคใหม่ ขยายพอร์ตโฟลิโอให้เติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยการยกระดับธุรกิจอาคารสำนักงานสู่แนวคิด "Lifestyle Workplace Destination" เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้เช่า ที่มุ่งเน้นการพัฒนาอาคารให้เป็นมากกว่าสถานที่ทำงาน ด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน อาทิ อาคาร "เอ็มไพร์" เปิด Co-Living Collective: Empower Future ที่ The Empire Residence ประสบการณ์ครั้งแรกของโลกที่ผู้เช่าสำนักงานสามารถมีพื้นที่นั่งเล่น ล็อกเกอร์รูม ห้องอาบน้ำ เกมส์รูม คิดส์รูม เพ็ทรูม และห้องประชุมเสริม โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ตอบโจทย์การเติบโตรองรับไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้งาน

รวมถึงการเปิดตัว ?EA? Rooftop at The Empire รูฟทอปที่ใหญ่และสูงที่สุดใจกลางกรุงเทพฯ เสริมประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียม ส่วนธุรกิจศูนย์การค้ามีจำนวนผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะศูนย์การค้าเพื่อการท่องเที่ยว และคอมมูนิตี้ช็อปปิ้งมอลล์ ที่เติบโตอย่างโดดเด่น โดยมุ่งเน้นการพัฒนา "Lifestyle Retail Destination" เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่

นอกจากนี้ยังเปิดตัวโครงการฟีนิกซ์ ศูนย์กลางด้านอาหารครบวงจรระดับโลก ใจกลางเมืองย่านประตูน้ำ รวมถึงการเตรียมเปิด Jurassic World: The Experience ด้วยประสบการณ์ความพิเศษแตกต่างจากสวนสนุกทั่วไป รวมความสุขและสนุกด้วยประสบการณ์แบบอิมเมอร์ซีฟที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากแฟรนไชส์ชื่อดัง ณ โครงการเอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น ที่เตรียมพร้อมฉลองการเปิดตัวไปกับการเข้าฉายของภาพยนตร์ Jurassic World ภายในปี 2568 พร้อมเดินหน้าสร้างความตื่นเต้นต่อเนื่องด้วยโมเดล AWC?s Lifestyle Destination ตามแผนระยะยาวกับโครงการระดับแลนด์มาร์กไม่ว่าจะเป็น โครงการเวิ้งนครเกษม เยาวราช โครงการเอเชียทีค โครงการอควาทีค ที่พัทยา และโครงการลานนาทีค เดสทิเนชั่น เฟส 1 ที่เชียงใหม่


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ