
ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ร่วงไปกว่า 21 จุด รับแรงขายหุ้นใหญ่กดดันหนัก จากความกังวลทั้งปัจจัยในประเทศที่เกิดผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวในเมียนมาสะเทือนถึงไทย และประเด็นสงครามการค้าของสหรัฐ
เมื่อเวลา 9.58 น.ดัชนี SET มาอยู่ที่ 1,153.67 จุด ลดลง 21.78 จุด (-1.85%)
นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล , CISA ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวลงแรงรับปัจจัยลบทั้งในและต่างประเทศ โดยตลาดหุ้นโลกมีแรงขายออกมาหลังสหรัฐฯ เปิดเผยข้อมูลดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลพื้นฐาน (Core PCE) ปรับขึ้นมากสุดในรอบ 13 เดือน และกังวลมาตรการภาษีตอบโต้ที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐเตรียมประกาศในวันที่ 2 เม.ย.นี้
ขณะเดียวกันในประเทศรับปัจจัยจากเหตุแผ่นดินไหวเมื่อวันศุกร์ที่ 28 มี.ค.ที่ผ่านมา ที่ทำให้ตลาดหุ้นไทยต้องปิดการซื้อขายช่วงบ่าย และวันนี้เป็นวันแรกที่เปิดทำการตามปกติจึงตอบรับเหตุแผ่นดินไหว โดยหุ้นที่ปรับตัวลงหนัก ได้แก่ กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ กลุ่มท่องเที่ยว กลุ่มแบงก์ที่กังวลจะมีหนี้ NPL มากขึ้น
ขณะที่มีแรงซื้อเข้ามาอย่างคึกคักในหุ้น HMPRO และกลุ่มปูนซิเมนต์ทั้ง SCC, SCCC และหุ้นที่เกี่ยวกับการซ่อมแซมบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหว
นายอภิชาติ มองว่า ผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวน่าจะเป็นเพียงระยะสั้น ซึ่งที่ผ่านมาเราก็เจอภัยพิบัติมา 2 ครั้ง คือเหตุการณ์สินามิที่ภาคใต้ที่ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลง 1 วันและใช้เวลาปรับตัวขึ้นมา 1 สัปดาห์ และเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ปี 54 ซึ่งตลาดหุ้นปรับตัวลงเช่นกันโดยใช้เวลาปรับขึ้นมาที่จุดเดิมใน 2 เดือน
ดังนั้น วันนี้คาดว่าตลาดหุ้นไทยน่าจะเคลื่อนไหวในแดนลบ อาจจะลดช่วงลบได้บ้าง ให้แนวรับที่เป็นจุดต่ำสุด 1,155 และ 1,160 จุด ส่วนแนวต้านที่ 1,175 จุด