หุ้น LTMH ปิดเทรดวันแรกที่ 5.05 บาท สูงขึ้น 0.05 บาท จากราคา IPO ที่ 5.00 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 456.79 ล้านบาท โดยเปิดเทรดที่ 5.25 บาท ราคาปรับตัวขึ้นสูงสุดที่ 5.45 บาท และราคาปรับตัวลงต่ำสุดที่ 5.00 บาท
บมจ. แอลทีเอ็มเอช [LTMH] ประกอบธุรกิจสื่อออนไลน์ด้านการลงทุน ธุรกิจ และการเงิน เจ้าของแบรนด์ ลงทุนแมน, ลงทุนเกิร์ล, MarketThink, Brandcase, Money Lab และ Mao-Investor ที่มีจำนวนผู้ติดตาม (Followers) ในช่องทาง Facebook, Youtube, Instagram, X, Tiktok, Line และ Blockdit รวมกันทั้งหมดกว่า 8.32 ล้านคนในช่วงปี 67
บล.โกลเบล็ก ประเมินราคาเหมาะสมปี 68 ของ LTMH เท่ากับ 6.60 บาทต่อหุ้น ด้วยวิธี Market Comparable Approach ด้วย Price to Earning Approach โดยอิง Prospective PE ที่ระดับ 24.2x เนื่องจากไม่มีบริษัทในตลาดฯ ทีประกอบธุรกิจเช่นเดียวกับบริษัท LTMH จึงใช้หลักทรัพย์ที่ประกอบธุรกิจใกล้เคียงกับบริษัท (อุตสาหกรรมบริการ/หมวดธุรกิจสื่อและสิ่งพิมพ์) ในการอ้างอิงโดยใช้ค่าเฉลี่ย P/E Ratio ย้อนหลัง 2 ปีของ PLANB ที่ระดับ 32.0x และ ONEE ที่ระดับ 16.4x ประกอบกับคาดการณ์กำไรสุทธิต่อหุ้นปี 68 ราว 0.272 บาท/หุ้น คำนวณเป็นราคาเหมาะสมปี 68
เราคาดการณ์รายได้จากการดำเนินงานของ LTMH ปี 67-68 จำนวน 225 ลบ. ทรงตัว YoY และ 300 ลบ. +33%YoY ตามลำดับ ปี 67 รายได้ที่ทรงตัวสาเหตุหลักมาจาก ในปี 66 มีรายได้ในส่วนของธุรกิจแพลตฟอร์มสื่อออนไลน์ เป็นงานงานรับจ้างพัฒนาระบบและการตลาดเพื่อทดสอบธุรกิจ Travel Content Platform ซึ่งรายได้ค่อนข้างสูงได้จบลง
ส่วนการเติบโตของรายได้ในปี 68 มาจากการเติบโตของธุรกิจสื่อออนไลน์ ที่เติบโตจากความต้องการใช้บริการสื่อโฆษณาของลูกค้า รวมถึงการเพิ่มขึ้นของฐานลูกค้า เรามีสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้น (%GPM) ที่ระดับ 50.3% และ 57.6% ตามลำดับ โดย %GPM ที่ปรับตัวขึ้นเนื่องมาจากต้นทุนส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นต้นทุนคงที่ (Fix Cost) ทำให้เมื่อรายได้ปรับตัวขึ้น แต่ต้นทุนปรับขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่า ขณะที่คาดอัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขาย และบริหารต่อรายได้รวม (%SG&A/Sales) อยู่ที่ระดับ 27.3% และ 30.3% ตามลำดับ เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเมื่อเทียบกับปี 66 สาเหตุหลักจากบริษัทมีการเพิ่มจำนวนพนักงานเพื่อสนับสนุนธุรกิจเทคโนโลยีบริหารความมั่งคั่ง (WealthTech) ส่งผลให้เราคาดกำไรสุทธิราว 34 ลบ. -8%YoY และ 54 ลบ. +58%YoY ตามลำดับ
นายธณัฐ เตชะเลิศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LTMH เผยว่า ผลตอบรับจากการเข้าเทรดวันแรกเป็นสัญญาณเชิงบวก ที่สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อโมเดลธุรกิจและแผนการเติบโตในอนาคตของบริษัท
"การตอบรับที่ดีจากตลาดจะเป็นแรงผลักดันให้เราเดินหน้าพัฒนาธุรกิจตามวิสัยทัศน์ที่วางเอาไว้ และเรามีความมุ่งมั่นในการขยายธุรกิจ WealthTech ที่ยังมีศักยภาพเติบโตอีกมาก เพื่อผลักดันให้คนไทยเข้าถึงการลงทุนที่มีคุณภาพได้ง่ายขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อการวางแผนการเงินของคนไทยโดยรวม" นายธณัฐ กล่าว
เงินที่ได้จากการระดมทุน 250 ล้านบาท บริษัทมีแผนนำไปขยายธุรกิจเทคโนโลยีบริหารความมั่งคั่ง (WealthTech) ซึ่งจะใช้เงินลงทุนรวม 43 ล้านบาท แบ่งเป็นการพัฒนาซอฟต์แวร์และเนื้อหาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ภายใต้ "บริษัท เวลท์เอ็กซ์แมเนจเมนท์ จำกัด" (WM) และธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ที่เป็นหน่วยลงทุนและ/หรือ การเป็นนายหน้าซื้อ-ขายหลักทรัพย์อันเป็นตราสารแห่งหนี้ ภายใต้ บล.เวลท์เอ็กซ์ (WS) ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ภายในปี 68
นอกจากนี้ บริษัทจะนำเงินระดมทุนบางส่วนไปชำระคืนเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินที่ใช้ลงทุนในหุ้น บลจ.ทาลิส ซึ่งปัจจุบันบริษัทถือหุ้นอยู่ 25% และส่วนที่เหลือจะใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ