นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล, CISA ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่าแนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดดัชนีแกว่งผันผวน หลังนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ประกาศรายชื่อประเทศที่จะถูกเรียกเก็บภาษีนำเข้าเพิ่ม โดยไทยถูกเรียกเก็บสูงถึง 36% ตลาดน่าจะตอบรับในเชิงลบ โดยดัชนีดาวน์โจนส์ฟิวเจอร์สร่วงไปกว่า 3% เป็นภาพลบกับตลาดหุ้นไทยด้วย
โดยกลุ่มที่จะได้รับผลกระทบจากสหรัฐขึ้นภาษี อาทิ กลุ่มส่งออก อาหาร ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่กลุ่มหลบภัย คือกลุ่ม Yield Play หุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า และหุ้น Defensive อย่างโรงพยาบาลสื่อสาร และค้าปลีก
ขณะที่ในวันนี้หุ้น บมจ.กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ [GULF] จะกลับมาเทรดอีกครั้ง แต่จะยังไม่มีผลต่อดัชนีวันนี้
ทั้งนี้ คาดว่าดัชนีวันนี้แกว่งผันผวนหากหลุด 1,150 จุด อาจต้อง Wait&See ไปก่อน โดยให้กรอบแนวรับ 1,150 - 1,155 จุด และแนวต้าน 1,175 จุด
*ประเด็นพิจารณาการลงทุน
- ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (2 เม.ย.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 42,225.32 จุด เพิ่มขึ้น 235.36 จุด หรือ +0.56%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 5,670.97 จุด เพิ่มขึ้น 37.90 จุด หรือ +0.67% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 17,601.05 จุด เพิ่มขึ้น 151.16 จุด หรือ +0.87%
- ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดวันนี้ ดัชนีนิกเกอิตตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 35,041.67 จุด ร่วงลง 684.2 จุด หรือ -1.92%, ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 22,638.21 จุด ร่วงลง 564.32 จุด หรือ -2.43% ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตเปิดที่ระดับ 3,319.61 จุด ลดลง 30.52 จุด หรือ -0.91%
- ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (2 เม.ย.) 1,172.69 จุด เพิ่มขึ้น 4.67 จุด (+0.40%) มูลค่าซื้อขาย 24,969.34 ล้านบาท
- นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ (2 เม.ย.) 1,576.55 ลบ.
- ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน พ.ค. (2 เม.ย.) เพิ่มขึ้น 51 เซนต์ หรือ 0.72% ปิดที่ 71.71 ดอลลาร์/บาร์เรล
- ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (2 เม.ย.) 2.81 เหรียญ/บาร์เรล
- เงินบาทเปิด 34.41 อ่อนค่ารอบกว่า 2 เดือนหลังสหรัฐขึ้นภาษีไทยสูงกว่าคาดมาก
- ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศใช้มาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) และมาตรการภาษีศุลกากรแบบครอบจักรวาล (Universal Tarrifs) จะมีการเรียกเก็บภาษีศุลกากรพื้นฐานในอัตรา 10% จากทุกประเทศ ในขณะที่จะเก็บภาษีตอบโต้เพิ่มเติมกับคู่ค้าของสหรัฐฯ บางประเทศ ซึ่งรวมถึงจีนที่ถูกเรียกเก็บ 34%, อินเดีย 26%, เกาหลีใต้ 25%, ญี่ปุ่น 24% และสหภาพยุโรป (EU) 20%
ส่วนประเทศในอาเซียนถูกเรียกเก็บภาษีตอบโต้ถ้วนหน้าเช่นกัน นำโดยกัมพูชา 49%, ลาว 48% เวียดนาม 46%, เมียนมา 44%, ไทย 36%, อินโดนีเซีย 32%, บรูไน 24%, มาเลเซีย 24% ฟิลิปปินส์ 17% และสิงคโปร์ 10%
- กกร.ห่วงสหรัฐขึ้นภาษีกระทบจีดีพี 0.2-0.6% ผวาสินค้าจีนทะลักเข้าไทย แนะนำเข้าเพิ่มขึ้น หลังการเจรจาการค้ากับสหรัฐ "ซีไอเอ็มบีไทย" คาดกระทบส่งออกหนัก ซ้ำเติมปัญหาการผลิตติดลบทำปัญหากระจายวงกว้าง ลุ้นกนง. ลดดอกเบี้ยอีกครั้ง 30 เม.ย.นี้ "เคเคพี" หวั่นฉุดจีดีพีต่ำกว่า 2.3%
- แผ่นดินไหวพม่า ไม่สะทือนถึงการท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์ แม้ระยะแรกนักท่องเที่ยวอาจลังเลเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย แต่ล่าสุด ทั้งเชียงใหม่ ภูเก็ต พัทยา ยังไม่พบว่า มีการยกเลิกการเดินทางและยกเลิกการจองที่พัก ขณะที่ ผู้ว่าการ ททท.ภูเก็ตมั่นใจ รายได้สะพัดไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นล้าน ขณะนายกสมาคมโรงแรมไทยภาคเหนือ (ตอนบน) เผยคนไทยลังเลใจและชะลอการตัดสินใจ ทำยอดจองหยุดนิ่ง แต่ไม่พบมีการยกเลิก
*หุ้นเด่นวันนี้
- AURA (กสิกรไทย) ราคาพื้นฐาน 20.10 บาท คงมุมมองเชิงบวกต่อราคาทองคำขึ้นเหนือ 3,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากความเสี่ยง reciprocal tariff ช่วยสร้างกำไรจากส่วนต่างธุรกิจ modern gold บริษัทตั้งเป้าเพิ่มสาขาเป็น 644 แห่งในปี 68 โต 32% พร้อมเพิ่มพอร์ตสินเชื่อทองคำเป็น 6,500 ล้านบาท และตั้งเป้ากำไรสุทธิโต 20-30% AURA เตรียมขึ้นค่ากำเหน็จทองสูงสุด 300 บาทต่อบาททองในไตรมาส 2/68 มีแผนขยายเพดานหนี้จาก 2 เท่าเป็น 2.5 เท่า พร้อมออกหุ้นกู้ 2,000 ล้านบาทเสริมสภาพคล่องขยายสาขา และยังได้ประโยชน์ดอกเบี้ยลดลง จากสัดส่วนเงินกู้อัตราลอยตัวถึง 98%
- NSL (คิงส์ฟอร์ด) แนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 39.83บาท) กำไรสุทธิ Q4/67 อยู่ที่ 147 ลบ. +44%YoY +9%QoQ หนุนด้วย High Season, ม.กระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐฯหนุนกำลังซื้อผู้บริโภค รวมถึงสินค้าใหม่ยังตาม trend เช่น ข้าวโพดอบชีสเบคอน,ช็อกโกแลตดูไบ(Bake a Wish) ส่วนปี6 8 คาดมีปัจจัยบวกต่อเนื่องจากโรงงานใหม่พึ่งเสร็จ (NSL FOODS สาขา5) รวมถึงการออกสินค้าใหม่ๆ ซึ่ง Q1/68 จะมีสินค้าใหม่ เช่น ช็อกโกแลตโมจิทาร์ต, โรตีข้าวโพดชีส เป็นต้น วางเป้ารายได้ปี68 โตราว +16-17%YoY ตลาดคาดปี 68 และ 69 กำไรที่ระดับ 602 ลบ. (+11%YoY) และ 679 ลบ.(+13%YoY)