นายประพล ฐานะโชติพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ที.แมน ฟาร์มาซูติคอล [TMAN] ประกาศกลยุทธ์ Diversify สร้างการเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืน ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญกว่า 50 ปี มุ่งสู่การเป็นดิสทริบิวเตอร์เวชภัณฑ์และผลิตภัณฑ์สุขภาพครบวงจร ชูศูนย์กระจายสินค้า ทีมขายมืออาชีพ ร่วมเป็นพาร์ทเนอร์เชิงกลยุทธ์ ดันผลิตภัณฑ์เข้าถึงช่องทางโรงพยาบาล คลินิก และร้านขายยาทั่วประเทศ เตรียมลงทุนยกระดับให้บริการเต็มรูปแบบ วางเป้าหมาย 5 ปีรายได้ของกลุ่มธุรกิจดิสทริบิวเตอร์จะเติบโตไม่ต่ำกว่า 5 เท่า คาดการณ์มีสัดส่วนรายได้เพิ่มเป็น 10-15%
ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญกว่า 50 ปีในวงการเวชภัณฑ์ยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ บริษัทเล็งเห็นโอกาสในการเติบโตโดยต่อยอดความเข้าใจในตลาดและผู้บริโภคอย่างถ่องแท้ รวมทั้งมีระบบโลจิสติกส์ที่แข็งแกร่งกระจายสินค้าผ่านช่องทางจัดจำหน่ายหลากหลายและครอบคลุม โดยเฉพาะร้านขายยาทั่วประเทศ พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์กระจายธุรกิจ (Diversify) เพื่อสร้างการเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืน มุ่งมั่นเป็นดิสทริบิวเตอร์เวชภัณฑ์และผลิตภัณฑ์สุขภาพแบบครบวงจร ภายใต้แนวคิดสร้างสรรค์บริการที่ยืดหยุ่นและปรับแต่งได้ตอบสนองกลยุทธ์ของลูกค้าอย่างลงตัว เพื่อร่วมขับเคลื่อนพันธกิจขององค์กรในการขยายเครือข่ายพันธมิตรให้แข็งแกร่งและเติบโตร่วมกัน
บริษัทวางแผนเชิงกลยุทธ์การให้บริการดิสทริบิวเตอร์ ด้วยศูนย์กระจายสินค้ามาตรฐานระดับสากล Good Distribution Practice (GDP) ที่ควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ พร้อมหน่วยรถกระจายสินค้าครอบคลุมช่องทางร้านขายยา โรงพยาบาล คลินิก และช่องทางค้าปลีกกว่า 10,000 จุดขาย ทั่วประเทศไทย ภายใต้ทีมขายที่มีความเชี่ยวชาญกว่า 100 ราย การใช้ระบบซอฟต์แวร์ ERP (Enterprise Resource Planning) เชื่อมโยงข้อมูลคำสั่งซื้อ การจัดส่ง และรายงานแบบออนไลน์ เพื่อให้ลูกค้าตรวจสอบและวางแผนการตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังมีระบบคลังสินค้าที่นำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาบริหารการจัดเก็บที่ต้องควบคุมอุณหภูมิเพื่อรักษาคุณภาพของยา และยังมีบริการเสริมแบบครบวงจรตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลาย อาทิ การให้บริการคลังสินค้าแบบ 3PL, การให้คำปรึกษาด้านการวางกลยุทธ์การขาย การสร้างแคมเปญการตลาดร่วมกัน รวมถึงบริการอบรมทีมขายให้ความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ซึ่งจะช่วยสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันและสร้างโอกาสในการเติบโตของคู่ค้า
สำหรับแนวโน้มธุรกิจดิสทริบิวเตอร์เวชภัณฑ์ยาและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ มีศักยภาพเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทฯ คาดการณ์ว่าอัตราการเติบโตเฉลี่ยปีละ 7?10% ซึ่งมีปัจจัยการก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มตัว การตื่นตัวด้านสุขภาพของคนไทยและการขยายตัวของกลุ่มผู้บริโภคในต่างจังหวัด ทั้งยังมาจากกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ต้องการเข้าถึงสินค้าคุณภาพ จึงเป็นโอกาสที่ผู้ประกอบการหรือแบรนด์ต่างๆ ที่ต้องการขยายตลาดผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญจัดจำหน่ายและความเข้าใจตลาดในประเทศอย่างลึกซึ้ง
สำหรับ TMAN เป็นดิสทริบิวเตอร์ที่มีความโดดเด่นและแตกต่าง โดยเป็นทั้งผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายเวชภัณฑ์ยาและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ที่ผสานความแข็งแกร่งทั้งสองด้าน จึงเข้าใจทั้งมุมมองเจ้าของแบรนด์และช่องทางจัดจำหน่ายอย่างลึกซึ้ง เพื่อให้มีโครงสร้างของต้นทุนและระบบบริหารที่สามารถแข่งขันได้ ทั้งยังมีสินค้าที่หลากหลายครบพอร์ตโฟลิโอโดยสามารถผนึกความร่วมมือ (Synergy) เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด
บริษัทวางแผนลงทุนเทคโนโลยีภายในคลังสินค้าต่อเนื่อง เพื่อยกระดับการให้บริการดิสทริบิวเตอร์อย่างเต็มรูปแบบ โดยจะลงทุนระบบติดตามการจัดส่งแบบเรียลไทม์ การพัฒนาทีมขายผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเวชภัณฑ์ และเดินหน้าขยายเครือข่ายหน่วยรถและพื้นที่คลังสินค้าเชิงกลยุทธ์ในภูมิภาค เพื่อขยายขอบเขตและการกระจายสินค้าแบบ Regional Distribution อย่างมีประสิทธิภาพ จากปัจจุบันอัตราการเข้าถึงตลาด (Penetration Rate) ในการกระจายสินค้าที่ครอบคลุมร้านขายยาทุกแห่งทั่วประเทศ และวางแผนขยายการเป็นผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพอื่นๆ ที่ครอบคลุมช่องทางโมเดิร์นเทรด ร้านค้าทั่วไป และโรงพยาบาล พร้อมมุ่งพัฒนาแพลตฟอร์มการสั่งซื้อออนไลน์ให้ครอบคลุมทั้งประเทศเพื่อให้เกิดประสบการณ์สั่งซื้อที่ดีจากลูกค้า รวมทั้งวางกลยุทธ์การตลาดแบบร่วมมือกับพันธมิตรในการสร้างแบรนด์ผ่านการตลาดเชิงรุกทั้งช่องทางออฟไลน์และออนไลน์
"ดิสทริบิวเตอร์ เป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญสำหรับการดำเนินธุรกิจ เพราะมีบทบาทด้านโลจิสติกส์ ตั้งแต่การจัดเก็บ การขนส่ง ไปจนถึงการกระจายสินค้าที่ดี สำหรับ TMAN การเป็นดิสทริบิวเตอร์ไม่ได้เป็นเพียงตัวกลางการกระจายสินค้าเท่านั้น แต่เป็น "พาร์ทเนอร์เชิงกลยุทธ์" ที่ช่วยผลักดันแบรนด์ให้เติบโตในตลาด เพราะดิสทริบิวเตอร์ที่ดีต้องเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคในช่องทางต่างๆ มีข้อมูลทางด้านการตลาดที่นำมาประมวลและวิเคราะห์อย่างเป็นระบบและแม่นยำ เพื่อวางกลยุทธ์และให้คำแนะนำที่มีคุณภาพ ซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคง รวมถึงมีความสามารถในการส่งมอบสินค้าได้ตรงเวลา มีความยืดหยุ่นในการทำงานร่วมกับแบรนด์ต่างๆ ทั้งรายใหญ่และรายเล็ก เพื่อให้เข้าถึงเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ" นายประพล กล่าว
นายประพล กล่าวว่า การวางกลยุทธ์กระจายธุรกิจ (Diversify) เพื่อสร้างรายได้ที่หลากหลาย ลดการพึ่งพาสินค้าในพอร์ตของตนเอง และเสริมความยั่งยืนในการเติบโต โดยเป้าหมายรายได้ 5 ปี (68-72) คาดการณ์กลุ่มธุรกิจดิสทริบิวเตอร์มีอัตราการเติบโตไม่ต่ำกว่า 5 เท่า หรือมีสัดส่วนรายได้เพิ่มเป็น 10-15% จากปี 67 มีรายได้อยู่ที่ 2.1% ของรายได้รวม จากปัจจุบันที่มีรายได้จากการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของลูกค้าภายนอกเพียง 2% ตั้งเป้าหมายเพิ่มเป็น 90% ขณะที่สัดส่วนรายได้จากผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ สัดส่วน 10% จากที่มีอยู่ 98%