ฝ่ายวิเคราะห์ บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯประกาศเก็บ "ภาษีพื้นฐาน" (baseline tariff) ในอัตรา 10% จากสินค้า ทั้งหมดที่นำเข้ามาในประเทศ พร้อมปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากหลายประเทศทั่วโลก เช่น จีนในอัตรา 34%, สหภาพยุโรป (EU) 20%, เวียดนาม 46%, ไต้หวัน 32% และไทย 36% ตามรายงานข่าวของ CNBC
ทั้งนี้ ทำเนียบขาวประเมินว่า อัตราภาษีของไทยรวมมาตรการกีดกันทางการค้าที่มิใช่ภาษีต่อสินค้าสหรัฐฯอยู่ที่ 76% ส่วน Yahoo Finance ประมาณการว่าสหรัฐฯเก็บภาษีตอบโต้ (reciprocal tariff) สินค้านำเข้าจากไทย 36% ขณะที่ Reuters รายงานว่าอัตราภาษีใหม่จะมีผลวันที่ 9 เม.ย.68 และจะเก็บจากประเทศต่างๆประมาณ 60 ประเทศ ส่วนอัตราภาษีพื้นฐาน 10% จะมีผลวันที่ 5 เม.ย.68
ฝ่ายวิเคราะห์ฯ ระบุว่า รัฐบาลไทยคาดการณ์ว่า reciprocal tariff จะกระทบมูลค่าการส่งออกสินค้าของไทยประมาณ 7-8 พันล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งคิดเป็นประมาณ 13-15% ของมูลค่าการส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐฯ หรือ 2.3% ของมูลค่าการส่งออกของไทยในปี 67 ขณะที่รัฐบาลมีแผนนำเข้าสินค้าเกษตรและพลังงานจากสหรัฐฯมากขึ้น รวมทั้งส่งเสริมให้บริษัทไทยเข้าไปลงทุนในสหรัฐฯ
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิเคราะห์ฯมองว่า การปรับลดภาษีนำเข้าสินค้าเกษตรอาจทำได้ยาก เพราะรัฐบาลต้องปกป้องผลประโยชน์ของเกษตรกรในประเทศ
ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI ระบุว่า หากตั้งสมมติฐานว่าภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯทำให้มูลค่าการส่งออกสินค้าและมูลค่าการนำเข้าสินค้าของไทยลดลง 10% yoy ในปี 68 ผลลบสุทธิต่อ GDP ไทยน่าจะมีประมาณ 0.5% อย่างไรก็ตาม เมื่อมูลค่าการส่งออกสินค้าลดลงก็มักจะฉุดการบริโภคภาคเอกชนลดลงตาม โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อยอย่างเช่นพนักงานโรงงานที่อาจไม่ต้องทำงานล่วงเวลา ซึ่งส่วนนี้น่าจะส่งผลกระทบต่อ GDP ประมาณ 0.4- 0.7% ดังนั้นเมื่อรวมผลกระทบจากทั้งสองส่วน เชื่อว่าผลกระทบโดยรวมต่อ GDP ไทยในปี 68 น่าจะอยู่ที่ 0.9-1.2% หากปัจจัยอื่นไม่เปลี่ยนแปลง
พร้อมมองว่าผลกระทบที่แท้จริงจาก reciprocal tariff ของสหรัฐฯอาจรุนแรงกว่าที่คาดการณ์ไว้ จึงประมาณการว่า EPS ของตลาดหุ้นไทยน่าจะได้รับผลกระทบประมาณ 10% และปรับลดเป้าดัชนี SET สิ้นปี 68 จากเดิม 1,380 จุด (P/E 14 เท่า ในปี 69) มาที่ 1,200 จุด ซึ่งยังเท่ากับ P/E 13.4 เท่าในปี 68 หรือ -1SD ของค่าเฉลี่ย 10 ปี
แนะนำลงทุนในหุ้นปลอดภัยที่เน้นธุรกิจในประเทศ (domestic defensive) และหุ้นปันผลสูงหุ้น Top pick ประกอบด้วย BH, CBG, CPALL, CPN, HANA, KTB, MINT, MTC, PTTEP, SCB, PR9 และ SIRI
CGSI มองว่าการที่มาตรการภาษีของสหรัฐฯส่งผลกระทบต่อไทยรุนแรงกว่าคาดและความไม่แน่นอนทางการเมืองเป็น downside risk ส่วนการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐอาจช่วยหนุน SET