ในวันนี้ที่ Donald Trump ประกาศสงครามการค้าด้วยการขึ้นภาษีนำเข้า (Reciprocal Tariffs) อย่างเป็นทางการ ซึ่งประเทศไทยเองโดนไป 36% สร้างความตื่นตระหนกแก่ผู้ประกอบุรกิจนำเข้า-ส่งออก และจากเหตุการณ์นี้ก็ทำให้ทั้งตลาดหุ้นและตลาดคริปโทฯ พร้อมใจกันร่วงระนาว กอดคอแดงยกแผง นักลงทุนอย่างเรา ๆ ก็คงทำอะไรไม่ได้มาก..
*Trump ประกาศทำสงครามการค้าอย่างเป็นทางการ ไทยโดนหนัก 36% หุ้น คริปโทฯ ร่วงระนาว
มาแล้วกับ Reciprocal Tariffs การประกาศขึ้นภาษีนำเข้าอย่างเป็นทางการ ซึ่งประเทศไทยเองโดนไป 36% ถือว่าเป็นอัตราภาษีที่สูงมาก ใครที่ทำธุรกิจนำเข้า-ส่งออก เตรียมตัวรับแรงกระแทกได้เลย!!
และแน่นอนหลังจากที่ Trump ประกาศ คิดเป็นเวลาไทยบ่นเราประมาณ ตี 3 ราคาบิทคอยน์ จากที่เมื่อวานนี้ค่อย ๆ ไต่ระดับมาแตะ 88,000 ดอลลาร์ ก็ร่วงลงไป 2.19% ไปแตะ 82,000 ดอลลาร์ ก่อนที่จะขยับขึ้นมาเล็กน้อย อยู่ที่ 83,259 ดอลลาร์ ในขณะที่ Altcoin ก็พากันร่วงยกแผงเช่นกัน
และไม่ใช่เพียงแค่ตลาดคริปโทฯ เท่านั้น ตลาดหุ้นเองก็นองเลือด เป็นผลจากการประกาศขึ้นภาษีของ Donald Trump โดยตรงเลย สำหรับมือใหม่อาจมีตกใจกันบ้าง นักลงทุนควรตัดสินใจให้ดีก่อนการลงทุน
*Justin Sun โพสเตือน FDUSD ล้มละลาย ทำราคาร่วงหลุด PEG!!
มีเรื่องกันอีกแล้วเมื่อ Justin Sun ผู้ก่อตั้งเหรียญ TRON ได้มีการโพสต์และอ้างอิงถึง FDT หรือ First Digital Trust บริษัททางการเงินที่มีชื่อเสียงในฮ่องกงและยังเป็นผู้ออกเหรียญ Stablecoin อย่าง FDUSD อีกด้วย
โดยในรายละเอียด Justin Sun ได้กล่าวอ้างว่า "FDT ล้มละลายแล้ว และถอนเงินออกไม่ได้ อีกทั้งการออกใบอนุญาตกองทุนก็ดูเหมือนมีความเสี่ยงค่อนข้างมาก จึงอยากให้หน่วยงานผู้กำกับดูแลเข้ามาตรวจสอบด้วย"
งานนี้ทำเอา FDT กับเหรียญ Stablecoin อย่าง FDUSD เสียทรง โดยเฉพาะ FDUSD ที่หลุด PEG เกือบ 25% เรียกว่าเสียหายหนัก
ทาง First Digital ก็รีบออกมาโพสต์ตอบโต้ว่าบริษัทยังคงมีเงินทุนสำรองครบถ้วน และที่ Justin Sun กล่าวหานั้นไม่ถูกต้อง พร้อมทั้งมีการเปิด AMA (Ask Me Anything) อธิบายทุกอย่าง แถมประกาศเตรียมเดินหน้าฟ้องกลับ กรณีที่ทำให้เกิดความเสียหาย
ใครที่ถือเหรียญ FDUSD อยู่ จับตาข่าวนี้ดี ๆ
*เมอร์เคิล ชี้!! จับตาสินทรัพย์ดิจิทัลทิศทางเปลี่ยน!
เมื่อช่วงบ่ายวันนี้ทาง เมอร์เคิล แคปปิตอล ได้มีการจัด session พิเศษ วิเคราะห์ภาพรวม Q2/2025 จับตาทิศทางสินทรัพย์ดิจิทัลเปลี่ยน! โดยมีการพูดถึงเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา ที่ราคาบิทคอยน์ทำราคาต่ำสุดที่ 76,600 ดอลลาร์ ในขณะที่ Ethereum ปรับตัวลดลงไปแล้วกว่า 55% ซึ่งสิ่งเหล่านี้ยังคงสร้างความกังวลใจต่อนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง
ใน Q2/2025 ทางเมอร์เคิลมองว่า ภาพรวมตลาดคริปโทฯ มีโอกาสปรับตัวลง แต่ขณะเดียวกันก็เป็นโอกาสในการผ่านจุดต่ำสุด และสามารถสร้างการเติบโตในระยะกลางด้วยปัจจัยจากตัวเลข FOMC ที่สะท้อนถึงแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ชะลอตัวกว่าคาดการณ์เดิม ในขณะที่เงินเฟ้อสูงขึ้นกว่าที่ประเมินไว้ก่อนหน้านี้
อีกทั้งการประกาศปรับขึ้นภาษี Reciprocal Tariffs ที่กดดันภาพรวมเศรษฐกิจโลกและสินทรัพย์เสี่ยงทุกชนิดอย่างมีนัยสำคัญทั้งในระยะสั้นถึงระยะกลาง เนื่องจากมีโอกาสเกิดสงครามการค้าขึ้นจากการตอบโต้นโยบายการปรับขึ้นภาษีของสหรัฐฯ เช่นกัน
https://youtu.be/RTtaJvyCaOc