ZoomIn: ศึกประมูลคลื่นเดือด! TRUE ได้เปรียบ : ADVANC เร่งชิงส่วนแบ่ง

ข่าวหุ้น-การเงิน Friday April 4, 2025 13:34 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

การเปิดประมูลคลื่นความถี่ 6 คลื่น ได้แก่ 850MHz 1500MHz 1800MHz 2100MHz 2300MHz 26GHz ของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้จัดเวทีการรับฟังความคิดเห็นรอบที่ 2 เมื่อ 1 เม.ย.และจะเปิดรับฟังถึง 4 เม.ย.68 หลังจากได้รับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 1 เมื่อ 6 ก.พ.ที่ผ่านมาแล้ว

รอบนี้ประเด็นที่น่าสนใจคงไม่พ้นเรื่องราคาเริ่มต้นประมูลแต่ละคลื่น ในการประมูลครั้งนี้ จะมีเพียง 2 รายคือบมจ.แอดวานซ์อินโฟร์ เซอร์วิส [ADVANC] และ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น [TRUE]ที่เข้าร่วมการประมูล โดยคลื่น 1800MHz 2100MHz 2300MHz ที่จะช่วงชิงคลื่นกันในรอบนี้ และลุ้นว่ากสทช.จะนำคลื่น 3500 MHz มาร่วมประมูลหรือไม่

ทั้งนี้ สำนักงาน กสทช.จะสรุปผลการรับฟังความเห็น รอบที่ 2 นำเสนอต่อบอร์ด กสทช.ในวันที่ 18 เม.ย.นี้ ถ้าบอร์ดเคาะเลยก็คาดว่าจะเปิดประมูลได้ในช่วงครึ่งแรกของเดือน มิ.ย.นี้ แต่ถ้าวันนั้นยังไม่เคาะ ก็อาจต้องเลื่อนประมูลไปเดือน ก.ค.นี้

นายพิสุทธิ์ งามวิจิตวงศ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กสิกรไทย กล่าวว่า การประมูลคลื่นความถี่ครั้งนี้ TRUE หลังจากควบรวมกิจการได้เปรียบ ADVANC เพราะมีจำนวนคลื่นความถี่กลางในมือมากกว่า โดยมีอยู่ 250 MHz ขณะที่ ADVANC มีคลื่นกลางอยู่ในมือ 200 MHz ซึ่งในอนาคตจำเป็นต้องมีจำนวนคลื่นมารองรับกับแนวโน้มการใช้งานเปลี่ยนไปที่นอกจากปริมาณการใช้งานเพิ่มขึ้น ยิ่งมีเทคโนโลยี AI, Big DATA เพราะหาก ADVANC มีคลื่นไม่มากพอก็จะเสียเปรียบ TRUE อีกทั้งการประมูลคลื่นความถี่รอบหน้าจะมาเมื่อไรไม่มีใครรู้ ดังนั้น การประมูลรอบนี้ทุกคนจึงต้องคว้าไว้ก่อน

การที่ TRUE มีคลื่นมากกว่า 50 MHz ทำให้ ADVANC เสียเปรียบ ฉะนั้น ก็ต้องหาเพิ่มเข้ามา ซึ่งใจจริง ADVANC อยากได้คลื่น 3500MHz มากกว่า เพราะดีกว่าคลื่น 1800MHz และราคาก็ถูกกว่าด้วย แต่เท่าที่เราประเมินเชื่อว่า กสทช.ไม่น่าจะนำมาประมูล เพราะทางผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลคัดค้าน และขู่ว่าจะฟ้องศาลหากนำคลื่น 3500MHz ไปประมูล กสทช.ก็ต้องยอมถอย

ทั้งนี้ ADVANC ต้องการคลื่น 1800MHz และ 2100MHz ส่วน TRUE ต้องการคลื่น 2300MHz

"TRUE ได้เปรียบจากการรวม 2 บริษัทเข้าด้วยกัน ก็เลยมีคลื่นมากกว่า เพราะฉะนั้น รอบนี้ ADVANC ก็ต้องการคลื่นเพื่อให้กลับมาอย่างน้อยใกล้เคียงกัน"

*เหมือนจะลดราคาประมูล

นายพิสุทธิ์ กล่าวว่า ราคาเริ่มต้นมีลดลงก็จริง แต่เชื่อว่าลดได้ไม่มาก ตลาดหุ้นอาจจะเข้าใจผิดว่าราคาปรับลงไปมาก แต่ประเด็นสำคัญก็คือ ราคาของแต่ละคลื่นยังมีความแตกต่างกันอยู่พอสมควร

โดยในจำนวน 3 คลื่นดังกล่าว เห็นว่าคลื่น 2300 MHz ถูกที่สุด คือ 1,675 ล้านบาท/ชุด จากเดิมอยู่ที่ 1,961.08 ล้านบาท/ชุด

รองลงมาคลื่น 2100 MHz ที่ 3,391 ล้านบาท/ชุด (แพงกว่าคลื่น 2300MHz อยู่ 2 เท่า) จากราคาเดิม 3,970.32 ล้านบาท/ชุด

และคลื่น 1800 MHz ที่ 6,219 ล้านบาท/ชุด (แพงกว่าคลื่น 2300MHz อยู่ 4 เท่า) จากราคาเดิม 7,282.15 ล้านบาท ก็ยังถือว่าแพงอยู่

แต่สุดท้าย กสทช.อาจไม่กล้าลดราคาประมูล คาดว่าจะนำราคาเริ่มต้นที่นำเสนอในเวทีรับฟังความเห็นครั้งแรก มาใช้ในการประมูล นอกจากนี้ คาดว่ากสทช.น่าจะเปิดประมูลพร้อมกันทุกคลื่น

นายพิสุทธิ์ กล่าวว่า ดูสถานการณ์ ADVANC ยังเสียเปรียบ TRUE พอสมควร แต่มองแล้วคงไม่ได้ทำให้ ADVANC อ่อนแอลงมากนัก แม้ว่า ADVANC มีแนวโน้มที่จะจ่ายค่าประมูลคลื่นแพงกว่าในรอบนี้ และทำให้ ADVANC ประหยัดต้นทุนได้ต่ำกว่า TRUE โดย ADVANC จ่ายค่าเช่าคลื่นให้กับ บมจ.โทรคมนาคมแห่งชาติ (NT) จำนวน 3,900 ล้านบาท/ปี แต่ TRUE จ่ายค่าเช่าคลื่นให้กับ NT จำนวน 7,000 ล้านบาท/ปี ซึ่งการที่ประหยัดได้มาก ทำให้มีกำไรเพิ่มมากขึ้น

นายพิสุทธิ์ กล่าวว่า ในระยะสั้นหุ้น ADVANC และ TRUE น่าจะเล่นจากปัจจัยแนวโน้มงบไตรมาส 1/68 ที่คาดว่าออกมาดี แต่อย่างไรก็ตาม คาดว่าราคาหุ้นขึ้นได้ไม่ไกล ตราบใดที่เรื่องการประมูลยังไม่ชัดเจน และไม่รู้ว่าจะออกหน้าไหน แต่ละผู้ประกอบการจะมีกลยุทธ์เอาคลื่นมาอย่างไร แต่ถ้ารอหลังประมูลจบและมีความชัดเจนมากขึ้นจะเป็นอุตสาหกรรมดีเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมอื่นในตลาด

แนะว่าหากผู้ลงทุนถือหุ้น ADVANC หรือ TRUE ที่มีต้นทุนต่ำก็แนะให้ถือต่อไป แต่หากยังไม่มี ควรจะรอให้ความไม่แน่นอนผ่านไปก่อน ค่อยมาประเมินอีกครั้ง ถึงท่าทีของผู้ประกอบการในการประมูล หรือหลังประมูลเสร็จสิ้นแล้ว

"อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการต้องมีเมตตากับผู้บริโภค ต้องหยุดขึ้นราคา ลดราคาให้กับผู้บริโภค ถ้าไม่เมตตา สุดท้ายจะเกิดความไม่พอใจของผู้บริโภคและสุดท้ายถ้ารัฐบาลทนไม่ไหวก็ต้องเข้ามาแทรกแซง เพราะรัฐบาลก็ต้องการความนิยมเป็นหลักดูอย่างเรื่องค่าไฟฟ้า วันนี้ กำไร(บ.สื่อสาร)มันโตมหาศาล"

*ประมูลคลื่นแข่งขันน้อยหนุนเพิ่มกำไร 2 ค่าย

บล.กรุงศรี ระบุ ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่มโทรคมนาคม เนื่องจากกำไรและกระแสเงินสดอิสระ (FCF) จะยังคงเติบโตต่อเนื่อง เรายังคงประมาณการว่ากำไรของกลุ่มจะเติบโต 10% YoY ในปี 68

อย่างไรก็ดี ร่างครั้งที่สองของการประมูลดูค่อนข้างสับสนในมุมมองของเรา โดยมีทางเลือกมากมายสำหรับการรับฟังความคิดเห็น เราเชื่อว่าเหตุผลที่ กสทช.ทำเช่นนี้ก็เพื่อลดแรงกดดันจากสาธารณชนเกี่ยวกับการประมูลแบบผู้ประกอบการน้อยราย ในท้ายที่สุด เรายังคงยืนยันมุมมองว่าคลื่นความถี่ทีจะนำมาประมูลในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าจะช่วยเพิ่มกำไรให้กับ ADVANC และ TRUE เนื่องจากการแข่งขันทีน้อย เรายังคงคำแนะนำ "ซื้อ" สำหรับทั้ง ADVANC (ราคาเป้าหมาย 311 บาท) และ TRUE (ราคาเป้าหมาย 15 บาท)

ทั้งนี้ การประมูลใกล้เข้ามาแล้ว คาดว่าจะเกิดขึ้นในเดือน มิ.ย.หรือ ก.ค.ปีนี้ โดย กสทช. ได้เผยแพร่ร่างแก้ไขของการประมูลที่จะเกิดขึ้น โดยมีรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการประมูล ราคาเริ่มต้นสำหรับแต่ละคลื่นความถี่ เงื่อนไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผนราคาและคุณภาพ การให้บริการเพื่อประโยชน์ของผู้บริโภค เงื่อนไขการชำระเงินค่าใบอนุญาต และการพิจารณารวมใบอนุญาต 3500MHz เข้าในการประมูลครั้งนี้ ขั้นตอนต่อไปคือการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันนี้

เงื่อนไขมีความสับสน แต่เรายังคงมุมมองว่าการประมูลครั้งนี้จะช่วยเพิ่มกำไรให้กับผู้ประกอบการ หลังจากอ่านร่างฉบับแก้ไขแล้ว เราพบว่าเงื่อนไขจำนวนมากถูกแบ่งออกเป็นอย่างน้อยสองทางเลือกสำหรับการรับฟังความคิดเห็น ซึ่งรวมถึงจำนวนคลื่นความถี่ที่จะนำมาประมูลและราคาเริ่มต้นของใบอนุญาต แต่โดยรวมแล้ว เรายังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อการประมูลที่จะเกิดขึ้น และย้ำว่าการได้มาซึ่งคลื่นความถี่ใหม่จะสามารถลดต้นทุนการดำเนินงานของ ADVANC และ TRUE หมายความว่าจะช่วยเพิ่มกำไรให้กับพวกเขา

ความแตกต่างระหว่างร่างครั้งแรกและร่างครั้งที่สองของเงื่อนไขการประมูลที่จะเกิดขึ้นคือ

1) จำนวนคลื่นความถี่ที่จะนำมาประมูล จะมีสองทางเลือกสำหรับการประมูลครั้งนี้

ทางเลือกแรกคือคลื่นความถี่เดิม 6 ย่านความถี่ ได้แก่ 850MHz, 1500MHz, 1800MHz, 2100MHz,2300MHz และ 26GHz หรือทางเลือกที่สองคือคลื่นความถี่ที่ใบอนุญาตจะหมดอายุในวันที่ 3 สิงหาคม 2568 ซึ่งมี 4 ย่านความถี่ ได้แก่ 850MHz, 1500MHz, 2100MHz (เฉพาะของ NT) และ 2300MHz

2) ราคาเริ่มต้นสำหรับคลื่นความถี่ทั้งหมดจะมี 4 ทางเลือกสำหรับการพิจารณา

ทางเลือกแรกอิงตามราคาเริ่มต้นจากการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะครั้งแรก ทางเลือกที่สองคือ มูลค่าทางเศรษฐกิจตามวิธี DCF ทางเลือกที่สามคือราคาเปรียบเทียบกับราคาเริ่มต้นของการประมูลครั้งล่าสุด และทางเลือกที่สี่คือราคาที่จ่ายให้กับ NT

3) เงื่อนไขการชำระเงินค่าใบอนุญาต: สำหรับผู้ประกอบการรายเดิม เช่น ADVANC และ TRUE เงื่อนไขการชำระเงินค่าใบอนุญาตจะเหมือนกับร่างครั้งแรก โดยชำระ 50% ของราคาประมูลสุดท้ายทันทีหลังจากชนะการประมูล และอีก 25% ในปีที่สาม และอีก 25% ในปีที่สี่ เฉพาะผู้ประกอบการรายใหม่ที่ชนะการประมูลเท่านั้นที่จะได้รับเงื่อนไขการชำระเงินที่ดีกว่า โดยชำระ 10% ของราคาประมูลสุดท้ายเป็นระยะเวลา 10 ปี

4) การพิจารณารวมคลื่นความถี่ 3500MHz ในการประมูล

ผลกระทบ: แม้ว่าเงื่อนไขในร่างจะมีความสับสน แต่เรายังคงคาดการณ์ว่าการประมูลจะเกิดขึ้นในเดือน มิ.ย.หรือ ก.ค.68 (ล่าช้าไปหนึ่งเดือนจากกำหนดการเดิม) และจะไม่ก่อให้เกิดวัฏจักรการลงทุนใหม่ แต่จะช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานของผู้ประกอบการและช่วยเพิ่มกำไรในปี 68

เราคาดการณ์ว่าจะมีการประหยัดต้นทุนจากปัจจัยดังต่อไปนี้ (i) ผู้ประกอบการจะประมูลเฉพาะคลื่นความถี่ของตนเอง ADVANC จะประมูลคลื่นความถี่ 2100MHz และ TRUE จะประมูลคลื่นความถี่ 2300MHz และ (ii) จะมีการแข่งขันน้อย และราคาประมูลสุดท้ายสำหรับใบอนุญาต/แบนด์วิธจะใกล้เคียงกับราคาเริ่มต้น ดังนั้น ต้นทุนในการได้มาซึ่งใบอนุญาตจะต่ำกว่าค่าเช่าที่จ่ายให้กับ NT

จากราคาเริ่มต้นสำหรับคลื่นความถี่ 2100MHz และ 2300MHz คาดว่าจะช่วยเพิ่มกำไรต่อหุ้น (EPS) สำหรับคลื่นความถี่ 2100MHz เราคาดว่า ADVANC จะจ่ายเพียง 1 หมื่นล้านบาทสำหรับ (1x30MHz) ซึ่งหมายถึงค่าตัดจำหน่ายเพียง 678 ล้านบาทต่อปี ซึ่งต่ำกว่าค่าเช่า 4 พันล้านบาทที่จ่ายให้กับ NT ในปัจจุบันถึง 3.3 พันล้านบาท และคิดเป็นโอกาสในการปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 68 ของ ADVANC ขึ้น 9%

สำหรับ TRUE ค่าตัดจำหน่ายรายปีสำหรับคลื่นความถี่ 2300MHz จะอยู่ที่ 670 ล้านบาท เทียบกับค่าเช่า 6 พันล้านบาทที่จ่ายให้กับ NT ซึ่งหมายถึงความเสี่ยงด้านบวกต่อประมาณการกำไรปี 68 ถึง 44%

เราได้ทำการวิเคราะห์ความอ่อนไหวเพื่อประเมินว่าราคา ณ จุดใดที่จะไม่ช่วยเพิ่ม EPS ให้กับ ADVANC และ TRUE อีกต่อไป สำหรับ TRUE ราคาที่เป็นจุดเปลี่ยนคือ 9 หมื่นล้านบาท หรือ 9 เท่าของราคาเริ่มต้น ดูเหมือนจะไม่น่าเป็นไปได้ สำหรับ ADVANC ราคาที่เป็นจุดเปลี่ยนคือ 6.1 หมื่นล้านบาท หรือ 6 เท่าของราคาเริ่มต้น ซึ่งดูเหมือนจะไม่น่าเป็นไปได้เช่นกัน

เราคาดว่าราคาประมูลที่ชนะในการประมูลครั้งนี้จะใกล้เคียงกับราคาเริ่มต้น เนื่องจากการแข่งขันที่น้อย แนะนำ "ซื้อ" สำหรับทั้ง ADVANC (ราคาเป้าหมาย 311 บาท) และ TRUE (15 บาท) โดยมีพื้นฐานจากกำไรและกระแสเงินสดอิสระที่แข็งแกร่งขึ้นในช่วงสามปีข้างหน้า เรายังคงประมาณการกำไรสำหรับทั้ง ADVANC และ TRUE สำหรับปีหน้า โดยมีความเสี่ยงด้านบวกจากการประมูล

*อย่าเพิ่งมองแง่ดีเกินไป

บล.ทิสโก้ ระบุ กสทช. ได้เสนอแผนการประมูลทางเลือกให้รวมเฉพาะคลื่นความถี่ที่จะหมดอายุในปี 68 ได้แก่ คลื่น 850MHz, 1500MHz, 2100MHz (ปัจจุบันอยู่ภายใต้ความร่วมมือกับ NT) และ 2300MHz นี่เปรียบเทียบกับแผนที่เสนอไว้ก่อนหน้านี้ซึ่งรวมถึงคลื่น 1800MHz และคลื่น 2100MHz โดยคลื่นหลังนี้จะหมดอายุในปี 70

กสทช. ได้เสนอทางเลือกการประเมินมูลค่าเพิ่มเติมสำหรับแต่ละคลื่นความถี่ กสทช. ยังได้เสนอทางเลือกเพิ่มเติมสำหรับปัจจัยส่วนลด ที่จะใช้สำหรับการคำนวณราคาขั้นต่ำ เมื่อพิจารณาทั้งหมดแล้วเรามองเห็นความเป็นไปได้ที่ราคาขั้นต่ำจริง เมื่อการประมูลเกิดขึ้น อาจสูงกว่าที่เสนอไว้ในการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะรอบแรก

กสทช. ได้เสนอวิธีการประมูลเพิ่มเติมที่เรียกว่า การประมูลพร้อมกัน (Simultaneous Auction) ซึ่งการประมูลสำหรับทุกคลื่นความถี่จะเกิดขึ้นพร้อมกันและผู้เข้าร่วมสามารถเปลี่ยนความต้องการคลื่นความถี่ระหว่างการประมูลได้ นี่เป็นการเพิ่มเติมจากสองวิธีที่เสนอไว้ก่อนหน้านี้ : (1) การประมูลตามลำดับโดยแบ่งตามย่านความถี่ และ (2) การประมูลตามลำดับโดยแบ่งตามกลุ่มความถี่ เราเชื่อว่าการประมูลพร้อมกันจะให้ความยืดหยุ่นมากขึ้นสำหรับผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ ADVANC

เงื่อนไขการชำระเงิน : กสทช. ยังคงยึดตามเงื่อนไขการชำระเงินที่เสนอไว้ก่อนหน้านี้สำหรับผู้ประกอบการรายเดิม ซึ่งประกอบด้วยการชำระเงินสามงวดภายในสี่ปี นี่แตกต่างจากแนวทางของผู้บริหาร TRUE ซึ่งคาดว่าการชำระเงินจะถูกแบ่งเท่าๆ กันในสิบปี โมเดลของเราสำหรับ ADVANC ได้คาดการณ์ถึงเงื่อนไขการชำระเงินสามงวดแล้ว แต่เราคาดว่าเงื่อนไขการชำระเงินสิบงวดสำหรับ TRUE อย่างไรก็ตาม การวิเคราะห์ความอ่อนไหวของเราแสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงด้าน downside 4% ต่อ NAV ของเราสำหรับ TRUE ในกรณีที่ กสทช. ดำเนินการด้วยเงื่อนไขการชำระเงินสามงวด

แม้ว่าเราจะไม่คาดว่าจะเกิดสงครามราคารุนแรงระหว่างการประมูลคลื่นความถี่ที่จะเกิดขึ้น เรายังคงเห็นความไม่แน่นอนหลายประการและเชื่อว่าตลาดยังคงมองโลกในแง่ดีเกินไปเกี่ยวกับผลลัพธ์สุดท้ายของการประมูล เรายังคงชอบ ADVANC มากกว่า TRUE เนื่องจากงบดุลที่ดีกว่าและแนวโน้มเงินปันผลที่ดีกว่า

คงคำแนะนำ "ถือ" สำหรับ ADVANC ด้วยมูลค่าที่เหมาะสมเท่ากับ 307.00 บาท ตามการคำนวณ DCF และคำแนะนำ "ขาย" สำหรับ TRUE ด้วยมูลค่าที่เหมาะสมที่ 10.00 บาท ตามการคำนวณ DCF ซึ่งมีความเสี่ยงที่อาจทำให้ราคาสูงขึ้นหลักๆ ได้แก่: 1) การผ่อนคลายของการแข่งขัน 2) ราคาใบอนุญาตคลื่นความถี่ต่ำกว่าที่คาดการณ์ และ 3) การเกิดผลประโยชน์ร่วมที่ดีกว่าที่คาดการณ์


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ