(เพิ่มเติม) CK คาดช่วงกลางปี 52 สรุปผลศึกษานำบ.ร่วมทุนในลาวเข้าตลาดหุ้นไทยหรือตปท.

ข่าวหุ้น-การเงิน Monday February 2, 2009 16:06 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

แหล่งข่าวจากบมจ.ช.การช่าง (CK) เปิดเผยว่า บริษัท เซาท์อีสท์ เอเชีย เอนเนอร์จี จำกัด(SEAN) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนที่ดำเนินกิจการในประเทศลาว อยู่ระหว่างศึกษาข้อดีข้อเสียของการเข้าจดทะเบียนตลาดหลักทรัพย์แห่งประทศไทย รวมถึงตลาดหุ้นในประเทศอื่นด้วย ซึ่งคาดว่าช่วงกลางปีจะได้ข้อสรุปว่าควรจะดำเนินการในช่วงไหน และการเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นประเทศใดมีความเหมาะสม หรืออาจจะเข้าจดทะเบียน 2 ตลาดก็ได้

"ตามแผน SEAN จะเข้าตลาดอยู่แล้ว ศึกษาอยู่ว่าจะเข้าตลาดที่ไหนเหมาะสม ตอนนี้เพิ่งเริ่มศึกษา ยังไม่ได้ว่าจ้างที่ปรึกษาที่ไหน...ทางเขา(ตลาดหลักทรัพย์แห่งประทศไทย)ก็สนใจให้เราเข้าตลาด SEAN เป็นบริษัทที่จดทะเบียในประเทศไทย แต่ทำโครงการในประเทศลาว" แหล่งข่าว กล่าวกับ"อินโฟเควสท์"

SEAN เป็นผู้ดำเนินโครงการโรงไฟ้าพลังน้ำน้ำงึม 2 ในลาว ซึ่งจะผลิตกระแสไฟฟ้าได้ประมาณ 2,200 เมะกวัตต์ โดยตามกำหนดการจะสร้างเสร็จในปี 54 แต่บริษัทคาดว่าจะสร้างได้เสร็จในปี 53

นอกจากนี้ แหล่งข่าว ยังคาดว่าภายในปีนี้ SEAN จะเซ็นสัญญาสร้างโครงการน้ำบาก 1 และ น้ำบาก 2 ที่มีมูลค่าโครงการ 1 - 2 หมื่นล้านบาท โดยมีระยะเวลาสัมปทาน 30 ปี

ทั้งนี้ เมื่อเม.ย.50 SEAN ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ(MOU)กับรัฐบาลลาว เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ทำการศึกษาและพัฒนาโครงการน้ำบาก 1 และ น้ำบาก 2(น้ำจ้า)โดยจะใช้เวลาศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการประมาณ 18 เดือน

ทั้งนี้ CK ถือหุ้นใน SEAN สัดส่วน 38% นอกจากนี้ยังมี บมจ.ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง (RATCH) ถือหุ้นสัดส่วนกว่า 30% บมจ.ทางด่วนกรุงเทพ(BECL)ถือประมาณ 16-17%

นายชนิตร ชาญชัยณรงค์ ผู้ช่วยผู้จัดการกลุ่มงานผู้ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ยอมรับว่า บริษัทในเครือ ช.การช่าง (CK) เป็นบริษัทที่อยู่ในเป้าหมายของตลท.ที่ต้องการดึงบริษัทที่ทำธุรกิจในประเทศแถบอินโดจีนเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย แต่จะเข้าในรูปแบบใดนั้นขึ้นอยู่กับบริษัทนั้นๆ แต่ในส่วนของตลท.อยากให้เข้าจดทะเบียนโดยตรงมากกว่า เพราะเป็นบริษัทลูกของบริษัทจดทะเบียนอยู่แล้ว และนอกเหนือจากนี้ ทางตลท.ก็ยังอยู่ระหว่างดำเนินการอีก 2-3 แห่ง

"การเข้ามาของบริษัทจะเป็นรูปแบบใดนั้นคงอยู่ที่ความต้องการของเค้าเราไม่สามารถบังคับได้ เพราะการที่เค้าอยู่ในแถบอินโดจีนก็ต้องเข้าใจเค้าด้วยว่าจะเลือกรูปแบบใด แต่ถ้าถามผมก็อยากให้เข้าตลาดโดยตรงมากกว่า เพราะเป็นบริษัทลูกของบริษัทจดทะเบียนในตลท.อยู่แล้ว เราก็เพียงแต่เสนอออปชั่นให้เห็นว่าตลาดทุนไทยมีความพร้อมในเรื่องเม็ดเงินที่จะระดมทุนได้" นายชนิตร กล่าว

นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างการมองบริษัทในประเทศเวียดนามซึ่งถือว่ามีความน่าสนใจและมีความต้องการใช้เม็ดเงินที่สูง ไม่ว่าจะเป็นบริษัทเล็กหรือใหญ่


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ