QH เพิ่มเป้ารายได้อีก 5% จากเดิม 9 พันกว่าลบ.,เปิด 5 โครงการใหม่ H2/52

ข่าวหุ้น-การเงิน Monday August 17, 2009 11:30 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นางสุวรรณา พุทธประสาท กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการ บมจ.ควอลิตี้ เฮ้าส์(QH)เปิดเผยว่า บริษัทฯปรับประมาณการรายได้เพิ่มขึ้น 5% เป็นกว่า 1 หมื่นล้านบาท จากเดิมที่ตั้งเป้าไว้ที่กว่า 9 พันล้านบาท ซึ่งรายได้ดังกล่าวจะมาจากโครงการบ้านสร้างเสร็จก่อนขายของบริษัทฯและบริษัทในเครือ จากปัจจัยบวกหลายๆด้านของเศรษฐกิจที่มีสัญญาณดีขึ้น อีกทั้งอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำ และอัตราเร่งการตัดสินใจซื้อเพื่อสิทธิลดหย่อนภาษีของผู้มีบ้านหลังแรก รวมทั้งรายได้ของบริษัทฯในช่วงครึ่งปีแรกเป็นที่น่าพอใจ

สำหรับในครึ่งปีหลัง บริษัทฯมีแผนเปิดโครงการบ้านสร้างเสร็จก่อนขายอีก 5 โครงการ คือ โครงการพฤกษ์ภิรมย์ Regent ราชพฤกษ์-รัตนาธิเบศร์ มูลค่าโครงการ 1,640 ล้านบาท, คาซ่า Grand ชัยพฤกษ์-แจ้งวัฒนะ มูลค่าโครงการ 1,160 ล้านบาท, คาซ่า Grand รัตนาธิเบศร์-ราชพฤกษ์ มูลค่าโครงการ 1,000 ล้านบาท, คาซ่าซิตี้ พระรามสอง มูลค่าโครงการ 710 ล้านบาท, คาซ่าซิตี้ สุขุมวิท 101/1 มูลค่าโครงการ 210 ล้านบาท ทั้งนี้โครงการทั้งหมดจะทยอยเปิดตามแผนที่วางไว้

ส่วนโครงการคอนโดมิเนียม จำนวน 2 โครงการ คือ Q. House Condo Sathorn (คิวเฮ้าส์คอนโด สาทร) มูลค่าโครงการ 2,300 ล้านบาท ขณะนี้ได้เปิดให้ลูกค้าเข้าจอง และได้รับความสนใจจากลูกค้าอย่างมาก โดยปัจจุบันมียอดทำสัญญาแล้วกว่า 50% ซึ่งคาดว่าในไตรมาสแรกของปี 53 จะมียอดรับรู้รายได้จากโครงการดังกล่าวกว่า 1,500 ล้านบาท ด้านโครงการ Q Langsuan (คิว หลังสวน) มูลค่าโครงการ 3,400 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ซึ่งจะยังไม่เปิดขาย แต่ได้รับความสนใจจากลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศเป็นจำนวนมาก

นางสุวรรณา กล่าวถึงผลประกอบการไตรมาส 2/52 ว่า บริษัทฯ มีรายได้รวม 2,997 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปี 51 จำนวน 46 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 2% แบ่งเป็นรายได้จากการขายบ้านพร้อมที่ดิน 2,716 ล้านบาท (เติบโต 74 ล้านบาทจากช่วงเดียวกันของปีก่อน หรือเพิ่มขึ้น 3%) รายได้จากค่าเช่าพื้นที่ในอาคารสำนักงานและค่าบริการ 70 ล้านบาท รายได้จากค่าเช่าพื้นที่ในอาคารพักอาศัยและค่าบริการ 189 ล้านบาท และรายได้อื่นอีก 22 ล้านบาท

โดยในไตรมาส 2/52 บริษัทฯมีกำไรสุทธิ 474 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% จากไตรมาสเดียวกันของปี 51 และมีกำไรสุทธิยอดสะสม 6 เดือน 766 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

“บริษัทฯพอใจอย่างมากกับรายได้ของบริษัทฯในไตรมาสสอง โดยเฉพาะรายได้จากการขายบ้าน ที่เติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 3% อีกทั้งยังเติบโตจากไตรมาสแรกของปีนี้ด้วย โดยสาเหตุที่รายได้เพิ่มขึ้นมาจากปัญหาด้านการเมืองในประเทศเริ่มคลี่คลาย ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเพิ่มขึ้น ทำให้สภาพตลาดอสังหาริมทรัพย์ปรับตัวดีขึ้นด้วย ดังนั้นยอดโอนในไตรมาสสองของบริษัทฯและบริษัทย่อยจึงเพิ่มขึ้นด้วย"นางสุวรรณา กล่าว


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ