UWC แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯเมื่อวันศุกร์ว่า แหล่งเงินลงทุนดังกล่าวจะมาจากเงินทุนหมุนเวียนของบริษัทและเงินจากการเพิ่มทุนของบริษัท ขณะที่การลงทุนใน PGE ซึ่งเป็นธุรกิจที่มั่นคง จะเป็นส่วนช่วยสร้างรายได้ และผลกำไรที่แน่นอนให้ แก่บริษัทในระยะยาว ซึ่งส่งผลดีต่อผลการ ดำเนินงานของบริษัท อีกทั้งเป็นการขยายขอบเขตงานในกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกันกับธุรกิจเดิมของ UWC และเพื่อกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจของ UWC ให้มีความหลากหลายและครอบคลุมในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องมากขึ้น
ทั้งนี้ การลงทุนดังกล่าวเป็นไปตามมติของคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 23 มิ.ย.ที่อนุมัติให้ขยายการลงทุนในธุรกิจโรงไฟฟ้าทางเลือก ( Renewable Energy Power Plant) และบริหารจัดการพืชพลังงานแบบครบวงจร โดยจะเป็นการซื้อหุ้น PGE จำนวน 60% รวมมูลค่า 2.4 ล้านบาท จากบริษัท เอส เอฟ ขอนแก่น จำกัด (SFKK) เนื่องจากเห็นว่าธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานทางเลือก และบริหารจัดการพืชพลังงานแบบครบวงจร เป็นกิจการที่มีศักยภาพจะเติบโตในอนาคต และจะมีอัตราผลตอบแทนที่น่าลงทุนในอนาคต หาก PGE ได้ลงนามสัญญาขายไฟฟ้าให้กับกฟภ. จะได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐผ่านการอุดหนุนส่วนเพิ่มราคาในการรับซื้อไฟฟ้า
PGE เป็นผู้ประกอบธุรกิจโรงไฟฟ้าทางเลือก และบริหารจัดการพืชพลังงานแบบครบวงจร ทั้งการปลูกต้นเนเปียร์ เพื่อเป็นวัตถุดิบในการผลิตไฟฟ้า หญ้าหมัก และถาดไข่ การผลิตไฟฟ้าโดยก๊าซชีวภาพจากมูลไก่ และต้นเนเปียร์ ,หญ้าหมักเพื่อเป็นอาหารวัวจากต้นเนเปียร์ ,ถาดไข่จากเยื่อกระดาษและต้นเนเปียร์ ,ปุ๋ยอินทรีย์จากกากตะกอนของการผลิตก๊าซชีวภาพ และธุรกิจอื่นๆที่เกี่ยวข้อง สำหรับการลงทุนในโครงการดังกล่าวคิดเป็นมูลค่าทั้งหมด 283.13 ล้านบาท แบ่งเป็น มูลค่าซื้อขายหุ้น PGE ที่จ่ายให้แก่ SFKK สัดส่วน 60% รวมเป็นเงิน 2.40 ล้าบาท ภายในวันทำสัญญาซื้อขายหุ้น PGE และ SFKK จะต้องโอนหุ้น 60% ให้แก่ UWC ซึ่งคาดว่าจะเป็นภายในไตรมาส 3/58 หลังจากนั้น PGE จะเพิ่มทุนอีก 246 ล้านบาท จากทุนชำระแล้ว 4 ล้านบาท รวมเป็น 250 ล้านบาท ซี่ง UWC ต้องชำระเงินเพิ่มทุนตามสัดส่วนอีก 147.60 ล้านบาทภายในปี 58 โดยนำเงินเพิ่มทุนไปซื้อทรัพย์สินโครงการจาก SFKK จำนวนวงเงินไม่เกิน 250 ล้านบาท นอกจากนี้ SFKK ต้องให้การสนับสนุน PGE เพื่อดำเนินการขออนุญาตจำหน่ายไฟฟ้าที่ผลิตได้ให้แก่กฟภ. และตกลงที่จะทำสัญญาซื้อไฟฟ้าจาก PGE ด้วย
ขณะเดียวกันยังจะมีการลงทุนเพิ่มในทรัพย์สินอีก 200 ล้านบาท เพื่อเสริมศักยภาพการลงทุนให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยจัดหาแหล่งเงินกู้รองรับ ซึ่งหากพิจารณามูลค่ารวมของสิ่งตอบแทนตามสัดส่วนที่ UWC ถือ 60% คิดเป็นจำนวนเงิน 120 ล้านบาท รวมถึงจะให้เงินกู้ยืมแก่นายชุมพร แสนขวา กรรมการผู้จัดการของ PGE เพื่อใช้เป็นเงินในการจ่ายชำระค่าหุ้นเพิ่มทุนของ PGE รวมเงินกู้ยืมและดอกเบี้ยทั้งสิ้น 13.13 ล้านบาท