(เพิ่มเติม) AFET เซ็น MOU ตลาดล่วงหน้าฯจิ้งโจวหวังเชื่อมโยง-ยกระดับสู่สากล

ข่าวเศรษฐกิจ Monday June 3, 2013 14:14 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายประสาท เกศวพิทักษ์ ประธานกรรมการตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทย (AFET) กล่าวว่า AFET ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ(MOU)กับ Zhengzhou Commodity Exchange (ZCE) ตลาดซื้อขายสัญญาล่วงหน้าสินค้าโภคภัณฑ์แห่งเมืองเจิ้งโจว มณฑลเหอหนาน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถและยกระดับตลาดล่วงหน้าทั้งสองสู่สากล ครอบคลุมการพัฒนาตลาดร่วมกันหลายประการ เช่น การแลกเปลี่ยนข้อมูลความรู้ ความชำนาญ กฎหมายและข้อบังคับ การกำกับดูแลและเทคโนโลยีระบบการซื้อขายสัญญาล่วงหน้า

ZCE เป็นตลาดที่เน้นการซื้อขายฝ้ายและข้าว ซึ่งการ MOU กันในครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายจะได้แลกเปลี่ยนความรู้และข้อมูลระหว่างกัน โดยเฉพาะสินค้าข้าวของไทยที่ซื้อขายอยู่ใน AFET ยังขาดสภาพคล่อง เนื่องจากมีนโยบายการรับจำนำข้าวของรัฐบาลที่ตั้งราคารับจำนำไว้สูง ทำให้ไม่มีคนสนใจเข้ามาลงทุน ขณะที่ประเทศจีน รัฐบาลก็มีนโยบายแทรกแซงราคาพืชผลทางการเกษตรเช่นกัน แต่เป็นการรับจำนำในราคาต่ำ ไม่สูงเหมือนประเทศไทย โดย ZCE เตรียมเปิดการซื้อขายสินค้าข้าวใหม่อีก 2 ชนิด ดังนั้น ตลาดสิ่นค้าเกษรล่วงหน้าในประเทศจีนทั้ง 3 แห่ง คือที่เซี่ยงไฮ้ ซึ่งเน้นการซื้อขายสินค้ายาง ตลาดที่ต้าเหลียง เน้นซื้อขายถั่วเหลืองและโลหะ และตลาด ZCE เน้นการซื้อขายฝ้ายและข้าว จึงเป็นที่นิยมของคนในวงการรวมทั้งบุคคลทั่วไป โดยในปี 55 ตลาดทั้ง 3 แห่งมีจำนวนสัญญาซื้อขายสูงถึง 1,400 ล้านสัญญา คิดเป็นมูลค่าประมาณ 2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ

"ถือเป็นโอกาสในการนำข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้ นำร่องสู่แผนการดำเนินงานพัฒนาตลาดล่วงหน้าในระดับภูมิภาคเอเชียร่วมกัน การอำนวยความสะดวกการซื้อขายสัญญาระหว่างนักลงทุนทั้งสองประเทศ ตลอดจนการบูรณาการข้อมูลสินค้าที่ทั้งสองตลาดต่างมีจุดเด่นของสินค้าของตนเอง"นายประสาท กล่าว

สินค้าที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุดในตลาดล่วงหน้าสินค้าโภคภัณฑ์เจิ้งโจวได้แก่ ฝ้าย (Cotton No.1:CF) ซึ่งมีมูลค่าการซื้อขายสูงเฉลี่ยถึงวันละกว่า 10,000 สัญญาต่อวัน ขณะที่สินค้าใน AFET ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุดได้แก่ ยางแผ่นรมควันชั้น 3 (RSS3) ซึ่งมีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยวันละ 215 สัญญาต่อวัน

ทั้งนี้ AFET และ ZCE จะเรียนรู้ร่วมกันถึงระบบการซื้อขาย ศึกษาแนวทางการลดขั้นตอนความยุ่งยากกรณีนักลงทุนของตนเองต้องการซื้อขายข้ามตลาด รวมถึงการจัดอบรมโดยผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้เกิดความเชื่อมโยงระหว่างสองตลาดได้อย่างแท้จริง

“AFET ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาตลาดสู่การเป็นศูนย์กลางการซื้อขายล่วงหน้าสินค้าเกษตร รวมทั้งตระหนักถึงบทบาทที่สอดรับกับนโยบายของรัฐบาลในการเป็นกลไกการสร้างเสถียรภาพของราคาและราคาอ้างอิงสินค้าสำหรับเกษตรกรและผู้ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าเกษตร โดยปัจจุบัน AFET มีสินค้าที่เปิดทำการซื้อขายอยู่ทั้งสิ้น 6 ประเภท ได้แก่ ข้าวขาว ข้าวหอมมะลิ ยางแผ่นรมควันชั้น 3 ยางแท่ง มันสำปะหลังเส้น และสับปะรดกระป๋องชิ้นคละ ซึ่งล้วนเป็นสินค้าส่งออกสำคัญเป็นอันดับต้นๆ ของโลก"นายประสาท กล่าว

ด้านนายฟาน ชาง ประธานตลาดล่วงหน้าสินค้าโภคภัณฑ์เจิ้งโจว (ZCE) กล่าวว่า การร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงร่วมกันในวันนี้ โดยการสร้างความร่วมมือระหว่างตลาดภายในภูมิภาคเอเชียด้วยกันนั้น ถือเป็นภารกิจหนึ่งของ ZCE เนื่องจากตระหนักถึงการสนับสนุนการพัฒนาตลาดล่วงหน้าอย่างบูรณาการ

“การเดินทางมาในครั้งนี้มีความประสงค์จะขอหารือและศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ข้าว ยางพารา และมันสำปะหลัง พร้อมทั้งมีความมั่นใจว่าทั้ง ผู้ประกอบการสินค้าเกษตรไทย สมาชิกตลาด นักลงทุนทั้งไทยและจีน จะได้ประโยชน์จากความร่วมมือในครั้งนี้ เพราะเป็นที่ทราบดีว่า ผู้ซื้อชาวจีนเป็นผู้ซื้อรายใหญ่สำหรับสินค้าเกษตรเพื่อการส่งออกของไทยหลายชนิด ทั้ง ข้าว ยางพารา และมันสำปะหลัง จึงเป็นโอกาสดียิ่งที่ตลาดของผู้ซื้อจะเดินทางมาเพื่อเข้าพบตลาดของผู้ขาย" นายชาง กล่าว

นายวันชัย ผโลทัยถเกิง เลขาธิการ คณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า (ก.ส.ล.) เปิดเผยว่า การเซ็นสัญญา MOU จะช่วยยกระดับสินค้าข้าวในตลาด AFET ให้มีปริมาณการซื้อขายที่ดีขึ้นได้ในอนาคต แต่จะทำให้สินค้าข้าวในตลาด AFET ได้รับความนิยมในทันทีหลังจากเซ็น MOU หรือไม่ คิดว่าอาจต้องใช้เวลา เพราะปัจจุบันตลาด AFET เพิ่งเปิดการซื้อขายได้มาเพียง 9 ปี โดยการที่จะทำให้ตลาดได้รับความนิยมนั้นจะต้องใช้เวลาและการประสานงานเพื่อให้เกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ