ดาวโจนส์พักฐาน ขณะเตรียมดีดตัวขึ้นรอบใหม่ หลังพุ่งแรงรับนโยบาย"ทรัมป์"

ข่าวหุ้น-การเงิน Friday November 11, 2016 22:10 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กเปิดแดนลบในวันนี้ หลังจากพุ่งขึ้นกว่า 1% แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อคืนนี้ ขานรับนโยบายของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ ที่คาดว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ

ณ เวลา 22.06 น.ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์อยู่ที่ 18,800.89 จุด ลบ 6.99 จุด หรือ 0.04%

ดัชนีดาวโจนส์มีแนวโน้มทำสถิติทะยานขึ้นในสัปดาห์นี้มากที่สุดนับตั้งแต่ต้นปี

หุ้นวอลท์ ดิสนีย์ ดีดตัวขึ้นนำตลาดวันนี้ ขณะที่หุ้นเมิร์คทรุดตัวลงมากที่สุด

หลังจากที่นายทรัมป์ประสบชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ นักลงทุนก็ได้เข้าซื้อหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมและกลุ่มการเงิน เนื่องจากคาดหวังว่านายทรัมป์จะเดินหน้าผ่อนคลายกฎระเบียบของภาคธนาคาร, ปรับลดภาษีของภาคธุรกิจ และกระตุ้นการใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภค ตามที่ได้ให้คำมั่นในช่วงรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง

นายสแตนลีย์ ฟิสเชอร์ รองประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวว่า เหตุผลสนับสนุนให้เฟดยกเลิกนโยบายผ่อนคลายทางการเงินได้มีน้ำหนักมากขึ้น และ อัตราดอกเบี้ยจะแตะระดับสูงสุดที่ระดับต่ำกว่าปกติ

นายฟิสเชอร์คาดว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป ขณะที่ใกล้บรรลุภารกิจ 2 ประการของเฟด ได้แก่ การผลักดันให้อัตราเงินเฟ้อในระยะยาวกลับสู่ระดับเป้าหมายที่ 2% รวมทั้งการจ้างงานในระดับสูงสุด

นายฟิสเชอร์ยังกล่าวว่า เขามีความเชื่อมั่นว่าผลกระทบจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสหรัฐต่อประเทศต่างๆจะสามารถจัดการได้ ขณะที่เศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐจะเป็นปัจจัยหนุนเศรษฐกิจต่างประเทศ

ตลาดคาดว่าเฟดจะเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนหน้า โดย CME Group Fed Watch ระบุว่า มีโอกาส 76% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนธ.ค.

นักวิเคราะห์คาดว่าตลาดหุ้นวอลล์สตรีทจะพักฐาน ก่อนที่ดัชนี S&P 500 จะดีดตัวแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ต่อไป หลังจากที่พุ่งขึ้นติดต่อกัน 2 วัน ขานรับนโยบายของนายทรัมป์ ซึ่งอาจผลักดันเศรษฐกิจสหรัฐ

การที่พรรครีพับลิกันสามารถครองอำนาจอย่างเบ็ดเสร็จทั้งในทำเนียบขาวและสภาคองเกรสนั้น จะช่วยให้นโยบายปรับลดอัตราภาษี และนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของนายทรัมป์สามารถขับเคลื่อนได้อย่างราบรื่น และหนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ

นักวิเคราะห์คาดหวังว่านายทรัมป์จะออกมาตรการกระตุ้นทางการคลังครั้งใหญ่ และเศรษฐกิจสหรัฐจะมีการขยายตัวมากขึ้นในช่วง 4 ปีข้างหน้า

ทั้งนี้ ดัชนี S&P พุ่งขึ้น 4% นับตั้งแต่ต้นสัปดาห์นี้ ขณะที่ดัชนีดาวโจนส์ทะยานขึ้นกว่า 5%

นายสก็อต เรดเลอร์ นักวิเคราะห์จาก T3Live.com กล่าวว่า ตลาดจะชะลอตัวลงในระยะใกล้ ก่อนที่จะปรับตัวขึ้นต่อไป หลังจากที่หุ้นหลายกลุ่มได้ดีดตัวขึ้น

นายเรดเลอร์ยังกล่าวว่า ปัจจัยด้านฤดูกาลจะช่วยหนุนตลาดเช่นกัน โดยดัชนีมักมีการปรับตัวขึ้นในช่วงปลายปี

"ผมคิดว่าดัชนี S&P 500 ใกล้จะพุ่งแตะนิวไฮ" เขากล่าว

ทางด้านนายเจมส์ พอลเซน จากเวลล์ แคปิตอล กล่าวเช่นกันว่า ตลาดจะพักฐาน ก่อนที่จะเดินหน้าขึ้นต่อไป โดยดัชนีอาจย่อตัวลงในสัปดาห์หน้า


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ