ตลาดหุ้นลอนดอนปิดปรับตัวลงเมื่อคืนนี้ (21 ก.ค.) หลังจากที่ดัชนี FTSE 100 ปิดทำสถิติสูงสุดในรอบหนึ่งเดือนเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยภาวะซื้อขายเป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นอื่นๆในยุโรปที่ถูกกดดันจากแรงเทขาย หลังนายมาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) ส่งสัญญาณปรับลดวงเงินซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE)
ดัชนี FTSE 100 ปิดลดลง 34.96 จุด หรือ -0.47% แตะที่ 7,452.91 จุด สำหรับทั้งสัปดาห์ ดัชนีฟุตซี่ปรับตัวขึ้น 1%
ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นลอนดอนเมื่อคืนนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดในแดนลบจากแรงเทขายหุ้นทั่วยุโรป ซึ่งได้รับแรงกดดันจากสกุลเงินยูโรที่แข็งค่าขึ้นมากที่สุดในรอบ 2 ปี เมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์ โดยสกุลเงินยูโรได้เริ่มแข็งค่าขึ้นตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ผ่านมา หลังจากที่นายดรากีได้ออกมาเปิดเผยว่า ECB จะทำการหารือเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงวงเงิน QE ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงนี้
ด้านหุ้นกลุ่มพลังงานปิดร่วงลงก่อนที่การประชุมโอเปกจะเปิดฉากขึ้นในสัปดาห์หน้า โดยหุ้นรอยัล ดัทช์ เชลล์ และ หุ้นบีพี ลดลง 1.2% และ 0.9% ตามลำดับ หลังได้รับแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่ร่วงลงอย่างหนัก
ทั้งนี้ นักลงทุนจับตาการประชุมของกลุ่มโอเปก และประเทศนอกกลุ่มโอเปก ที่จะมีขึ้นในวันที่ 24 ก.ค.ที่ประเทศรัสเซีย ซึ่งจะหารือกันเกี่ยวกับมาตรการปรับลดกำลังการผลิตที่ดำเนินการในปัจจุบัน โดยที่ประชุมอาจเสนอมาตรการกระตุ้นราคาเพื่อนำเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมโอเปกเต็มคณะในเดือนพ.ย.
หุ้นแพดดี เพาเวอร์ เบทแฟร์ ร่วงลง 2.1% ขณะที่หุ้นอีซีเจ็ท ปรับตัวลง 1.7%
หุ้นโวดาโฟน ปรับตัวขึ้น 0.5% แม้จะบริษัทเปิดเผยผลประกอบการในช่วงสิ้นสุดไตรมาส 2 ที่ 1.147 หมื่นล้านยูโร ซึ่งลดลงจากระดับของปีก่อนหน้าที่ 1.187 หมื่นล้านยูโร
หุ้นหุ้นบริติช อเมริกัน โทแบคโค และหุ้นเน็กซ์ บริษัทค้าปลีกเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายของอังกฤษ ปรับตัวขึ้นเท่ากันที่ 1.2%