ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกเมื่อคืนนี้ (4 ส.ค.) โดยได้รับปัจจัยหนุนจากข้อมูลตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐที่แข็งแกร่ง
ดัชนี Stoxx Europe 600 ปรับตัวขึ้น 0.95% ปิดที่ 382.53 จุด
ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 5,203.44 จุด เพิ่มขึ้น 72.95 จุด หรือ +1.42% ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันปิดที่ 12,297.72 จุด เพิ่มขึ้น 143.00 จุด หรือ +1.18% ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,511.71 จุด เพิ่มขึ้น 36.94 จุด หรือ +0.49%
ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวขึ้นเมื่อคืนนี้นำโดยหุ้นกลุ่มธนาคาร หลังจากที่กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 209,000 ตำแหน่งในเดือนก.ค. ขณะที่อัตราการว่างงานลดลงสู่ระดับ 4.3% จาก 4.4% ในเดือนมิ.ย.
นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า การจ้างงานจะเพิ่มขึ้นเพียง 183,000 ตำแหน่งในเดือนก.ค. และอัตราว่างงานจะลดลงสู่ระดับ 4.3%
นอกจากนี้ ตัวเลขรายได้ต่อชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงาน หรือค่าแรงต่อชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงาน เพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนก.ค. ซึ่งสอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ โดยปรับตัวขึ้น 9 เซนต์ สู่ระดับ 26.36 ดอลลาร์ ขณะที่เพิ่มขึ้น 2.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว
ทั้งนี้ ตัวเลขรายได้ต่อชั่วโมงนับเป็นข้อมูลที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้ความสำคัญเพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ภาวะเงินเฟ้อ
ตัวเลขจ้างงานสหรัฐที่แข็งแกร่งได้ช่วยเพิ่มความเป็นไปได้ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งภายในปีนี้ ซึ่งถือว่าเป็นผลดีต่อธนาคารยุโรปหลายแห่งที่ดำเนินธุรกิจอยู่ในสหรัฐ เพราะอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นในสหรัฐอาจเป็นปัจจัยส่งเสริมให้รายได้ของธนาคารยุโรปกลุ่มนี้สูงขึ้น
หุ้นธนาคารปรับตัวขึ้น โดยหุ้นดอยซ์แบงก์ เพิ่มขึ้น 2.4% หุ้นบังโก ซานตานเดร์ เพิ่มขึ้น 1% และหุ้นเครดิต อะกริโกล เพิ่มขึ้น 1.1%
ส่วนหุ้นรอยัล แบงก์ ออฟ สกอตแลนด์ พุ่งขึ้น 2% หลังจากธนาคารพลิกกลับมาทำกำไรในช่วงครึ่งปีแรก ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี
หุ้นสวิสรี ซึ่งเป็นบริษัทประกันภัยจากสวิตเซอร์แลนด์ ร่วงลง 3.1% หลังจากเปิดเผยกำไรสุทธิลดลงในช่วงครึ่งปีแรก
หุ้นอสังหาริมทรัพย์ปรับตัวลง โดยหุ้นบริติช โฮม บิลเดอร์ เพอรซิมมอน ลดลง 4% หุ้นบาร์รัต ดีเวลลอปเม้นท์ ลดลง 4.7% และหุ้นเทย์เลอร์ วิมพีย์ ลดลง 3.7% หลังจากมีข่าวว่า รัฐบาลอังกฤษเริ่มทบทวนมาตรการให้ความช่วยเหลือทางการเงินสำหรับผู้ซื้อบ้านหลังแรก ซึ่งอาจนำไปสู่การปรับลดความช่วยเหลือ หรือการแทนที่ด้วยมาตรการใหม่ก่อนมาตรการดังกล่าวจะสิ้นสุดลงในเดือนเม.ย. 2564
สำหรับสัปดาห์นี้ ดัชนี Stoxx Europe 600 เพิ่มขึ้น 1.11%