ตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวกเมื่อคืนนี้ (16 ส.ค.) โดยดัชนี FTSE 100 ปิดในแดนบวกเป็นวันแรกในรอบ 6 วันทำการ เนื่องจากหุ้นกลุ่มพลังงานและกลุ่มเหมืองแร่ดีดตัวขึ้น นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากวิกฤตการเงินตุรกีที่เริ่มคลี่คลายในทางที่ดี รวมทั้งรายงานข่าวที่ว่า สหรัฐและจีนจะหันหน้าเจรจารอบใหม่เพื่อแก้ไขข้อพิพาททางการค้า
ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,556.38 จุด เพิ่มขึ้น 58.51 จุด หรือ +0.78%
ตลาดหุ้นลอนดอนปรับตัวขึ้นเนื่องจากนักลงทุนคลายวิตกเกี่ยวกับวิกฤตการเงินในตุรกี หลังจากรัฐบาลตุรกีเปิดเผยว่า กาตาร์ได้ตกลงที่จะเข้าลงทุนโดยตรงในตุรกี คิดเป็นวงเงิน 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจในประเทศ โดยชีคห์ ทามิม บิน ฮาหมัด อัล ทานี แห่งกาตาร์ได้เข้าพบนายเรเซป ตอยยิบ เออร์โดกัน ประธานาธิบดีตุรกี เมื่อวันพุธที่ผ่านมา พร้อมกับให้คำมั่นสัญญาในการเข้าลงทุนโดยตรงในตุรกี ขณะที่ตุรกีกำลังเผชิญกับวิกฤตการเงิน
นอกจากนี้ นักลงทุนยังขานรับข่าวที่ว่า จีนได้ตอบรับคำเชิญของสหรัฐในการเจรจาการค้ารอบใหม่เพื่อคลี่คลายข้อพิพาททางการค้า โดยคณะผู้แทนของจีน ซึ่งนำโดยนายหวัง โชเหวิน รมช.พาณิชย์จีน มีกำหนดจะเดินทางเยือนสหรัฐในเดือนนี้ เพื่อเจรจากับตัวแทนเจ้าหน้าที่ของสหรัฐ ซึ่งนำโดยนายเดวิด มัลพาส ปลัดกระทรวงการคลังฝ่ายกิจการระหว่างประเทศ
หุ้นกลุ่มพลังงานและกลุ่มเหมืองแร่ดีดตัวขึ้น หลังจากราคาน้ำมันดิบเบรนท์ฟื้นตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ โดยหุ้นบีเอชพี บิลลิตัน พุ่งขึ้น 1.2% หุ้นบีพี ปรับตัวขึ้น 0.6% หุ้นอันโตฟากัสตา ขยับขึ้น 0.9% และหุ้นริโอทินโต เพิ่มขึ้น 0.7%
ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นลอนดอนยังได้รับปัจจัยบวกจากรายงานของสำนักงานสถิติแห่งชาติของอังกฤษ (ONS) ซึ่งระบุว่า ยอดค้าปลีกของสหราชอาณาจักรเพิ่มขึ้น 0.7% ในเดือนก.ค. เมื่อเทียบรายเดือน โดยสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 0.2% และเมื่อเทียบรายปี ยอดค้าปลีกทะยานขึ้น 3.5% ในเดือนก.ค.