ตลาดหุ้นลอนดอนปิดปรับตัวลงเมื่อคืนนี้ (18 มิ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนผิดหวังที่ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ชะลออัตราการซื้อพันธบัตร ขณะที่การพุ่งขึ้นของจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ในสหรัฐ และจีน ทำให้เกิดความวิตกเกี่ยวกับการแพร่ระบาดรอบสอง
ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,224.07 จุด ลดลง 29.18 จุด หรือ -0.47%
ตลาดหุ้นลอนดอนปรับตัวลง เนื่องจากนักลงทุนผิดหวังที่อัตราการซื้อพันธบัตรของ BoE ชะลอลงต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ โดย BoE ระบุว่าการปรับเพิ่มเป้าหมายการซื้อพันธบัตรอีก 1 แสนล้านปอนด์เพื่อลดผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดจากโรคโควิด-19 นั้น จะครอบคลุมระยะเวลาการซื้อไปจนถึงสิ้นปีนี้
BoE จัดการประชุมกำหนดนโยบายการเงินเมื่อวานนี้ โดยมีมติเป็นเอกฉันท์ 9-0 คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 0.10% และยังประกาศขยายวงเงินในการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) อีก 1 แสนล้านปอนด์ สู่ระดับ 7.45 แสนล้านปอนด์ เพื่อลดผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19
นอกจากนี้ ตลาดยังถูกกดดันจากความวิตกเกี่ยวกับการแพร่ระบาดรอบสองของโรคโควิด-19 ซึ่งจะส่งผลให้มีการล็อกดาวน์และจำกัดกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่อไป
จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นรายวันสูงสุดครั้งใหม่ในรัฐแคลิฟอร์เนียและเท็กซัส ซึ่งเป็นสองรัฐที่มีประชากรมากที่สุดในสหรัฐ ขณะที่ผู้ติดเชื้อรายใหม่ในกรุงปักกิ่งของจีนส่งผลให้มีการควบคุมการเดินทางอีกครั้ง
หุ้นแอสตร้าเซเนกา ร่วงลง 2.2% โดยถูกกดดันจากข่าวที่ว่า คณะกรรมาธิการยุโรปกำลังเจรจากับบริษัทจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสันของสหรัฐเกี่ยวกับการพัฒนาวัคซีนต้านโควิด-19