ตลาดหุ้นลอนดอนปิดลบในวันศุกร์ (10 มี.ค.) แตะระดับต่ำสุดในรอบ 1 เดือน เนื่องจากหุ้นกลุ่มธนาคารร่วงลง 4% ตามแรงเทขายหุ้นกลุ่มธนาคารทั่วโลก และความไม่แน่นอนเกี่ยวกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยถ่วงตลาดลงด้วย
ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,748.35 จุด ลดลง 131.63 จุด หรือ -1.67%
หุ้นกลุ่มธนาคารร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 2 เดือน ขณะที่หุ้นกลุ่มประกันดิ่งลง 3.5% สู่ระดับต่ำสุดในรอบ 4 เดือน เนื่องจากนักลงทุนวิตกเกี่ยวกับรายงานข่าวที่ว่าหน่วยงานด้านกฎระเบียบของสหรัฐได้สั่งปิดกิจการธนาคารของเอสวีบี ไฟแนนเชียล กรุ๊ปซึ่งปล่อยเงินกู้ให้กับบรรดาบริษัทสตาร์ตอัป
ตลาดหุ้นลอนดอนปรับตัวลงรายสัปดาห์รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปลายเดือนก.ย. โดยถูกกดดันจากข้อมูลเศรษฐกิจที่ไร้ทิศทางจากจีน, ความวิตกเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และการร่วงลงของหุ้นกลุ่มการเงินทั่วโลก
ตลาดยังถูกกดดันจากข้อมูลที่บ่งชี้ว่า เศรษฐกิจของอังกฤษขยายตัวเกินคาด 0.3% เมื่อเทียบเป็นรายเดือนในเดือนม.ค. สนับสนุนการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนนี้
ในสัปดาห์หน้า นักลงทุนจะจับตานายเจเรมี ฮันท์ รมว.คลังอังกฤษเปิดเผยงบประมาณประจำปีในช่วงฤดูใบไม้ผลิ (มี.ค.-พ.ค.)
หุ้นเอมิโก ร่วง 13.5% หลังบริษัทเปิดเผยว่า ประสบปัญหาในการระดมทุนเพิ่ม 45 ล้านปอนด์จากนักลงทุนตามแผนการฟื้นฟูกิจการ