ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวลงอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดร่วงลงกว่า 100 จุด ขณะที่นักลงทุนขายลดความเสี่ยง ก่อนที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเปิดเผยผลการประชุมนโยบายการเงินในคืนนี้
ณ เวลา 20.57 น.ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์อยู่ที่ 41,493.28 จุด ลบ 112.90 จุด หรือ 0.27%
ข้อมูลจาก Canaccord Genuity ระบุว่า ทุกครั้งที่เฟดเริ่มวงจรปรับลดอัตราดอกเบี้ย ดัชนี S&P 500 จะพุ่งขึ้นเฉลี่ย 16% ในช่วงเวลา 12 เดือนหลังจากนั้น
ทั้งนี้ ดัชนี S&P 500 พุ่งขึ้น 18% นับตั้งแต่ต้นปี 2567 และปิดตลาดวานนี้ที่ระดับ 5,634.58 จุด
นักลงทุนเทน้ำหนักต่อคาดการณ์ที่ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.50% ในการประชุมคืนนี้ ซึ่งจะเป็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกของเฟดในรอบ 4 ปี หรือนับตั้งแต่ปี 2563 ซึ่งขณะนั้นเฟดได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงใกล้ 0% เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ท่ามกลางการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19
ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 63% ที่เฟดจะลดอัตราดอกเบี้ย 0.50% สู่ระดับ 4.75-5.00% ในการประชุมวันนี้ หลังจากที่ให้น้ำหนักเพียง 14% เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว (11 ก.ย.)
นอกจากนี้ นักลงทุนให้น้ำหนักเพียง 37% ที่เฟดจะลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 5.00-5.25% ในการประชุมวันนี้ หลังจากที่ให้น้ำหนักมากถึง 86% เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว (11 ก.ย.)