ตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวกในวันอังคาร (25 ก.พ.) โดยหุ้นกลุ่มกลาโหมพุ่งขึ้นหลังจากนายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์ของอังกฤษประกาศเพิ่มงบประมาณกลาโหม ขณะที่หุ้น Unilever ร่วงลงหลังจากมีข่าวว่า ไฮน์ ชูมัคเคอร์ ซีอีโอ ถูกปลดออกจากตำแหน่งอย่างไม่คาดคิด
ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดที่ 8,668.67 จุด เพิ่มขึ้น 9.69 จุด หรือ +0.11%
ดัชนี FTSE 100 ยุติการร่วงลงต่อเนื่อง 5 วัน แต่ยังคงซื้อขายใกล้ระดับต่ำสุดในรอบประมาณ 3 สัปดาห์
หุ้นกลุ่มกลาโหม อาทิ BAE Systems พุ่ง 4.7% และ Rolls-Royce พุ่งขึ้น 1.4% หลังจาก สตาร์เมอร์ประกาศว่าจะเพิ่มงบกลาโหมเป็น 2.5% ของ GDP ภายในปี 2570 และตั้งเป้าไว้ที่ระดับ 3% ซึ่งเป็นระดับที่เคยเห็นครั้งสุดท้ายหลังสงครามเย็นในปี 2532-2533
การเพิ่มงบนี้มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนยุโรปมากขึ้น ขณะที่สหรัฐฯ เป็นผู้นำการเจรจาสันติภาพกับรัสเซียเกี่ยวกับสงครามในยูเครน โดยอังกฤษจะใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 1.34 หมื่นล้านปอนด์ (1.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) ต่อปีตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไป
หุ้น Smith+Nephew พุ่งขึ้น 6.1% หลังจากบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์แห่งนี้รายงานยอดขายและกำไรประจำปีที่เป็นไปตามคาด
แต่หุ้น Unilever ร่วง 1.3% หลังจากสร้างความประหลาดใจให้กับนักลงทุนด้วยการปลด ไฮน์ ชูมัคเคอร์ ออกจากตำแหน่งซีอีโอ และแต่งตั้ง เฟอร์นันโด เฟอร์นันเดซ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินขึ้นแทน
ชาวอังกฤษหลายล้านคนจะต้องเผชิญกับค่าไฟที่สูงขึ้นตั้งแต่เดือนเม.ย. หลังจาก Ofgem หน่วยงานกำกับดูแลด้านพลังงานประกาศว่าจะปรับเพดานราคาพลังงานสำหรับครัวเรือนเพิ่มขึ้น 6.4% เนื่องจากต้นทุนพลังงานขายส่งพุ่งสูงขึ้น
การขึ้นราคานี้เกิดขึ้นหลังจากตัวเลขเงินเฟ้อของอังกฤษในเดือนม.ค.ออกมาสูงกว่าคาดการณ์ ซึ่งทำให้เกิดความกังวลว่าธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) อาจชะลอการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ แม้ว่าภาวะเศรษฐกิจจะยังซบเซาก็ตาม
บรรดานักลงทุนคาดการณ์ว่า BoE จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยรวม 0.57% ภายในสิ้นปีนี้ หรือคิดเป็นการปรับลดประมาณ 2 ครั้ง ๆ ละ 0.25%