ตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวกในวันอังคาร (25 มี.ค.) ท่ามกลางความหวังว่ามาตรการภาษีของสหรัฐฯ อาจไม่รุนแรงอย่างที่กังวล โดยหุ้นกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์และก่อสร้างนำตลาดปรับตัวขึ้น
ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดที่ 8,663.80 จุด เพิ่มขึ้น 25.79 จุด หรือ +0.30%
ดัชนี FTSE 100 ฟื้นตัวขึ้นหลังลดลงติดต่อกัน 3 วัน ขณะที่นักลงทุนกำลังประเมินผลกระทบจากมาตรการภาษีตอบโต้ที่อาจเกิดขึ้น หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ส่งสัญญาณเมื่อวันจันทร์ว่าภาษีศุลกากรที่กำหนดเริ่มเก็บในวันที่ 2 เม.ย.นั้น อาจไม่ได้ถูกบังคับใช้ทั้งหมด และบางประเทศอาจได้รับการยกเว้น
กลุ่มเหมืองแร่อุตสาหกรรมและกลุ่มโลหะมีค่าปรับตัวขึ้น 1.4% และ 1.2% ตามลำดับ เนื่องจากราคาทองคำปรับตัวขึ้นจากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านภาษี
กลุ่มพลังงานเพิ่มขึ้น 1.1% ตามทิศทางราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่ 5
หุ้นเชลล์ (Shell) เป็นปัจจัยหนุนหลักของดัชนี FTSE 100 โดยเพิ่มขึ้น 1.5% หลังจากบริษัทประกาศเพิ่มการจ่ายเงินคืนให้กับผู้ถือหุ้น และปรับลดประมาณการค่าใช้จ่าย
กลุ่มก่อสร้างและวัสดุปรับตัวขึ้น 1.5%
กลุ่มผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 0.5% หลังจากรัฐบาลอังกฤษประกาศจัดสรรงบ 2 พันล้านปอนด์ (2.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อสร้างที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยและบ้านราคาประหยัดในอังกฤษ อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มค้าปลีกลดลง 1.8% หลังจากรายงานระบุว่า ยอดขายค้าปลีกของอังกฤษในเดือนมี.ค. ลดลงมากที่สุดในรอบ 8 เดือน
บรรดานักลงทุนยังคงจับตาปัจจัยสำคัญในช่วงที่เหลือของสัปดาห์นี้ โดยในวันพุธจะมีการเปิดเผยข้อมูลเงินเฟ้อของอังกฤษ รวมถึงการอัปเดตงบประมาณจากราเชล รีฟส์ รมว.คลังอังกฤษ ขณะที่คาดว่าสำนักงานความรับผิดชอบด้านงบประมาณ (Office for Budget Responsibility) จะปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจอังกฤษในปี 2568 จาก 2% เหลือประมาณ 1%
นอกจากนี้ นักลงทุนจะรอการเปิดเผยข้อมูลค่าใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (Personal Consumption Expenditure - PCE) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ให้ความสำคัญ โดยจะมีการเปิดเผยในวันศุกร์นี้