ตลาดหุ้นลอนดอนปิดลบในวันพฤหัสบดี (27 มี.ค.) นำโดยกลุ่มเหมืองแร่ และบรรยากาศการซื้อขายถูกกดดัน หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ประกาศเก็บภาษีนำเข้าครั้งใหม่สำหรับรถยนต์และชิ้นส่วนรถยนต์ที่ผลิตในต่างประเทศ
ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดที่ 8,666.12 จุด ลดลง 23.47 จุด หรือ -0.27%
ตลาดถูกกดดันหลังจากเมื่อวันพุธ ทรัมป์ประกาศเก็บภาษีนำเข้า 25% สำหรับรถยนต์และรถบรรทุกขนาดเล็กที่นำเข้าไปยังสหรัฐฯ โดยจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 3 เม.ย. ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้าทั่วโลก
หุ้นกลุ่มรถยนต์และชิ้นส่วนลดลง 1.4% แตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ต้นเดือนม.ค. ขณะที่หุ้นผู้ผลิตรถยนต์หรูอย่าง แอสตัน มาร์ติน (Aston Martin) ร่วง 6.7% ทำสถิติต่ำสุดเป็นประวัติการณ์
ราเชล รีฟส์ รมว.คลังของอังกฤษระบุว่า อังกฤษกำลังเร่งเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อขอยกเว้นภาษีนำเข้ารถยนต์ โดยสหรัฐฯ เป็นผู้นำเข้ารถยนต์จากอังกฤษรายใหญ่อันดับสอง นอกจากนี้ เธอยังกล่าวว่า อังกฤษอาจพิจารณาทบทวนเงินอุดหนุนที่บริษัทเทสลา (Tesla) ของอีลอน มัสก์ได้รับ เพื่อช่วยสนับสนุนอุตสาหกรรมรถยนต์ของอังกฤษมากขึ้น
เงินปอนด์ของอังกฤษแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐและยูโร ท่ามกลางความตึงเครียดทางการค้าของสหรัฐฯ ซึ่งส่งผลกดดันดัชนี FTSE 100 ซึ่งมีบริษัทส่งออกจำนวนมาก
หุ้นกลุ่มเหมืองแร่โลหะอุตสาหกรรมลดลง 2.1% ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ร่วงลงหนักสุด โดยมีสาเหตุมาจากราคาทองแดงที่ลดลง เนื่องจากความกังวลว่าภาษีรถยนต์ของทรัมป์อาจกระทบต่อความต้องการใช้โลหะ
หุ้นของบริษัทเหมืองแร่รายใหญ่ เช่น แองโกล อเมริกัน (Anglo American), เกล็นคอร์ (Glencore), ริโอ ทินโต (Rio Tinto) และแอนโทฟากัสตา (Antofagasta) ร่วงลงระหว่าง 1.4%-6%
หุ้นไอเอจี (IAG) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของสายการบินบริติช แอร์เวย์ส (British Airways) ลดลง 1.6% แม้เปิดเผยว่าจะพิจารณาขายหุ้น 20% ที่ถืออยู่ในแอร์ ยูโรปา (Air Europa)
แต่หุ้นเน็กซ์ (Next) บริษัทค้าปลีกเสื้อผ้า พุ่งขึ้น 10.5% สวนทางตลาด หลังปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรของปีนี้ และรายงานผลกำไรที่สูงเกิน 1 พันล้านปอนด์เป็นครั้งแรก