ดาวโจนส์พุ่งไม่หยุด ล่าสุดทะยานกว่า 300 จุด ก่อน "ทรัมป์" ประกาศแผนเก็บภาษีคืนนี้

ข่าวหุ้น-การเงิน Thursday April 3, 2025 00:19 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ดัชนีดาวโจนส์ดีดตัวอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดพุ่งขึ้นกว่า 300 จุด ก่อนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะประกาศเรียกเก็บภาษีศุลกากรตอบโต้ (reciprocal tariff) ในคืนนี้

ณ เวลา 00.11 น.ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์อยู่ที่ 42,346.75 จุด บวก 356.79 จุด หรือ 0.85%

ดัชนีดาวโจนส์ร่วงลงกว่า 200 จุดในช่วงแรก ขณะที่นักลงทุนพากันเทขายลดความเสี่ยงเพื่อรอความชัดเจนของมาตรการเรียกเก็บภาษีศุลกากรตอบโต้ของปธน.ทรัมป์

ปธน.ทรัมป์ประกาศว่าวันที่ 2 เม.ย.จะเป็นวันแห่งการปลดปล่อยของสหรัฐ โดยสหรัฐจะเรียกเก็บภาษีตอบโต้ต่อทุกประเทศทั่วโลก และการเก็บภาษีดังกล่าวจะเป็นการเรียกเก็บ "ครั้งใหญ่" ต่อประเทศที่เรียกเก็บภาษีต่อสินค้าจากสหรัฐ โดยมาตรการดังกล่าวจะมีผลโดยทันที

ทั้งนี้ ปธน.ทรัมป์จะประกาศมาตรการภาษีตอบโต้ในวันพุธที่ 2 เม.ย.เวลา 16.00 น.ตามเวลาสหรัฐ หรือตรงกับวันพฤหัสบดีที่ 3 เม.ย.เวลา 03.00 น.ตามเวลาไทย ในงานอีเวนต์ที่มีชื่อว่า "Make America Wealthy Again" ซึ่งจะจัดขึ้นที่ลานโรส การ์เดน นอกทำเนียบขาว

หนังสือพิมพ์วอชิงตัน โพสต์รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวระบุว่า ปธน.ทรัมป์อาจเรียกเก็บภาษี 20% ต่อสินค้าส่วนใหญ่ที่มีการนำเข้าสู่สหรัฐ ซึ่งคิดเป็นมูลค่าราว 3.3 ล้านล้านดอลลาร์

ข้อมูลจากสำนักงานสำมะโนประชากรของสหรัฐ (US Census Bureau) ระบุว่า 15 ประเทศที่เกินดุลการค้าสูงสุดต่อสหรัฐ ได้แก่ จีน สหภาพยุโรป เม็กซิโก เวียดนาม ไต้หวัน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ แคนาดา อินเดีย ไทย สวิตเซอร์แลนด์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย กัมพูชา และแอฟริกาใต้

ล่าสุด หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัล รายงานว่า ทำเนียบขาวกำลังพิจารณามาตรการเรียกเก็บภาษีตอบโต้ที่ปธน.ทรัมป์จะประกาศในวันนี้ โดยขณะนี้มีอยู่ 3 แผน ได้แก่:-

1. สหรัฐจะเรียกเก็บภาษีตอบโต้ต่อประเทศคู่ค้า โดยใช้อัตราภาษีนำเข้าเท่ากันคือ 20% ต่อทุกประเทศ

2. สหรัฐจะเรียกเก็บภาษีตอบโต้ต่อประเทศคู่ค้าแตกต่างกันไปเป็นรายประเทศ โดยขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการตั้งกำแพงภาษีของประเทศนั้น ๆ ที่มีต่อสินค้านำเข้าจากสหรัฐ

3. สหรัฐจะเรียกเก็บภาษีตอบโต้ต่อประเทศคู่ค้ากลุ่มหนึ่ง ซึ่งมีจำนวนไม่กี่ประเทศ โดยใช้อัตราภาษีนำเข้าเท่ากันคือต่ำกว่า 20% ต่อทุกประเทศในกลุ่มดังกล่าว โดยสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) เป็นผู้ที่เสนอทางเลือกดังกล่าว


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ