ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันพุธ (2 เม.ย.) ท่ามกลางการซื้อขายที่ผันผวน ก่อนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ จะประกาศใช้มาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariff)
ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 42,225.32 จุด เพิ่มขึ้น 235.36 จุด หรือ +0.56%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 5,670.97 จุด เพิ่มขึ้น 37.90 จุด หรือ +0.67% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 17,601.05 จุด เพิ่มขึ้น 151.16 จุด หรือ +0.87%
ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กเป็นไปอย่างผันผวน โดยดัชนีดาวโจนส์ร่วงลงในช่วงแรก ก่อนที่จะดีดตัวขึ้นในช่วงท้ายตลาด เนื่องจากนักลงทุนกลับเข้าซื้อหุ้นในนาทีสุดท้ายก่อนที่ปธน.ทรัมป์จะประกาศมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ โดยปธน.ทรัมป์มีกำหนดแถลงมาตรการดังกล่าวในเวลา 16.00 น.ของวันพุธ ตามเวลากรุงวอชิงตัน (ตรงกับเวลา 03.00 น. ของวันที่ 3 เม.ย. ตามเวลาไทย)
หุ้น 9 ใน 11 กลุ่มที่คำนวณในดัชนี S&P500 ปิดในแดนบวก นำโดยหุ้นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยพุ่งขึ้น 2.02% ตามด้วยหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมปรับตัวขึ้น 0.93% ขณะที่หุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคปรับตัวลง 0.18% และหุ้นกลุ่มบริการด้านการสื่อสารลดลง 0.14%
ส่วนดัชนี CBOE Volatility Index (VIX) ซึ่งเป็นมาตรวัดความวิตกของนักลงทุนในตลาดหุ้นนิวยอร์ก ยังคงเคลื่อนไหวในระดับเดียวกับในช่วงกลางเดือนมี.ค.
หุ้นกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ปรับตัวขึ้นและเป็นปัจจัยหนุนตลาด โดยหุ้นอะเมซอนดอทคอม (Amazon.com) ดีดตัวขึ้น 2% หลังจากมีรายงานข่าวว่าอะเมซอนให้ความสนใจซื้อกิจการติ๊กต๊อก (TikTok)
หุ้นเทสลา (Tesla) พุ่งขึ้น 5.3% หลังจาก Politico ซึ่งเป็นสื่อออนไลน์ของสหรัฐฯ รายงานว่า ปธน.ทรัมป์ได้แจ้งให้สมาชิกในคณะบริหารของเขาทราบว่า อีลอน มัสก์ ซึอีโอของเทสลา จะลาออกจากการเป็นผู้นำของกระทรวงประสิทธิภาพรัฐบาล (DOGE) เพื่อกลับไปดูแลกิจการของเทสลา โดยที่ผ่านมานั้น บทบาทของนายมัสก์ในการปรับลดงบประมาณและปลดพนักงานในภาครัฐได้สร้างความไม่พอใจให้กับหลายฝ่าย จนทำให้เกิดการประท้วงและคว่ำบาตรการซื้อรถยนต์เทสลา รวมทั้งมีการเผารถยนต์และโชว์รูมของเทสลาทั้งในสหรัฐฯ และในหลายประเทศ
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการรายงานเมื่อคืนนี้ ออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (ADP) เปิดเผยว่า การจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 155,000 ตำแหน่งในเดือนมี.ค. สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 120,000 ตำแหน่ง หลังจากเพิ่มขึ้นเพียง 84,000 ตำแหน่งในเดือนก.พ.
กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยว่า คำสั่งซื้อภาคโรงงานของสหรัฐเพิ่มขึ้น 0.6% ในเดือนก.พ. เมื่อเทียบรายเดือน สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 0.5% หลังจากพุ่งขึ้น 1.8% ในเดือนม.ค.
นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนมี.ค.ของสหรัฐฯ ในวันศุกร์นี้ ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้นเพียง 139,000 ตำแหน่งในเดือนมี.ค. หลังจากเพิ่มขึ้น 151,000 ตำแหน่งในเดือนก.พ. และคาดว่าอัตราว่างงานจะทรงตัวที่ระดับ 4.1% ในเดือนมี.ค.
นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาถ้อยแถลงของเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในวันศุกร์เช่นกัน โดยพาวเวลจะกล่าวสุนทรพจน์ว่าด้วยแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในการประชุมประจำปีของ Society for Advancing Business Editing and Writing (SABEW) ที่เมืองอาร์ลิงตัน รัฐเวอร์จิเนีย