ตลาดหุ้นลอนดอนปิดลบในวันพุธ (2 เม.ย.) ขณะที่นักลงทุนรอรายละเอียดเกี่ยวกับแผนภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดที่ทำให้สงครามการค้าทั่วโลกรุนแรงขึ้น และเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับการเติบโตทางเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ
ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดที่ 8,608.48 จุด ลดลง 26.32 จุด หรือ -0.30%
เงินปอนด์ที่แข็งค่าขึ้นกดดันดัชนี FTSE 100 ซึ่งเน้นการส่งออก เนื่องจากดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงก่อนการประกาศมาตรการภาษีของทรัมป์
ทั่วโลกจับตารายละเอียดของมาตรการภาษีของสหรัฐฯ มาหลายสัปดาห์ ซึ่งทรัมป์มีกำหนดประกาศมาตรการภาษีตอบโต้ต่อประเทศคู่ค้าในเวลา 2000 GMT หรือ 03.00 น.ตามเวลาไทยในวันพฤหัสบดี (3 เม.ย.) โดยภาษีดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ทันที และคาดว่าจะทำให้ราคาสินค้าสูงขึ้น กระตุ้นให้ประเทศที่ได้รับผลกระทบใช้มาตรการตอบโต้ และสร้างความปั่นป่วนให้กับระบบการค้าที่มีมายาวนานหลายทศวรรษ
อย่างไรก็ตาม ราเชล รีฟส์ รัฐมนตรีคลังของอังกฤษกล่าวว่า จะไม่รีบดำเนินมาตรการตอบโต้ใดๆ เพราะไม่ต้องการให้กระทบต่อข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ
หุ้นกลุ่มอากาศยานและอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ปรับตัวลงมากที่สุดในบรรดาหมวดอุตสาหกรรม โดยร่วงลง 2.1%
หุ้นโรลส์-รอยซ์ (Rolls Royce) (RR.L) และหุ้นบีเออี ซิสเต็มส์ (BAE Systems) เป็นหนึ่งในหุ้นที่ร่วงลงมากที่สุดในดัชนี FTSE 100 โดยปรับตัวลง 3% และเกือบ 1% ตามลำดับ
หุ้นกลุ่มเฮลท์แคร์ปรับตัวลงก่อนการประกาศภาษี โดยดัชนีกลุ่มเภสัชกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพ ลดลง 1.4% ปิดที่ระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 1 เดือน โดยหุ้นแอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) ลดลง 1.2%
ด้านข้อมูลเศรษฐกิจนั้น ผลสำรวจระบุว่าการปรับขึ้นค่าจ้างโดยนายจ้างในอังกฤษชะลอตัวลงในช่วง 3 เดือนจนถึงเดือนก.พ. ซึ่งสอดคล้องกับอัตราการเติบโตของค่าจ้างที่ลดลงตามข้อมูลของทางการ และอาจช่วยให้ธนาคารกลางอังกฤษมีแนวโน้มปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปลายปีนี้