ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน: ฟุตซี่ปิดลบ 133.74 จุด กังวลสงครามการค้าฉุดศก.ถดถอย

ข่าวหุ้น-การเงิน Friday April 4, 2025 07:01 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดลดลงในวันพฤหัสบดี (3 เม.ย.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายหุ้นเพื่อหลีกเลี่ยงสินทรัพย์เสี่ยง หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ประกาศภาษีตอบโต้ ซึ่งทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้าและภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่รุนแรงขึ้น

ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดที่ 8,474.74 จุด ลดลง 133.74 จุด หรือ -1.55%

ดัชนี FTSE 100 ร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือน และร่วงลงวันเดียวรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนส.ค. 2567 โดยถูกกดดันหลังทรัมป์ประกาศขึ้นภาษีรอบใหม่เมื่อวันพุธ (2 เม.ย.) โดยกำหนดอัตราภาษีขั้นต่ำที่ 10% สำหรับสินค้านำเข้าทั้งหมด และเรียกเก็บภาษีในอัตราที่สูงขึ้นสำหรับคู่ค้าหลักของสหรัฐฯ ทำให้ตลาดทั่วโลกกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจชะงักงันและเงินเฟ้อ (stagflation)

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลอังกฤษระบุว่า ใกล้บรรลุข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ แล้ว โดยหวังว่าจะช่วยลดผลกระทบจากมาตรการภาษีใหม่ ซึ่งอาจนำไปสู่สงครามการค้าโลกและส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ

ในวันพุธ (2 เม.ย.) สหราชอาณาจักรได้เผยแพร่เอกสารความยาว 400 หน้าระบุถึงรายการสินค้าจากสหรัฐฯ ที่อาจถูกใช้เป็นมาตรการตอบโต้ทางภาษี เพื่อตอบโต้ต่อการที่ทรัมป์เก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากอังกฤษ

บรรดานักลงทุนเพิ่มการคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) อาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง หลังจากที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลลดลงอย่างหนักจากข่าวการเรียกเก็บภาษีนำเข้าของทรัมป์

หุ้นกลุ่มธนาคารของอังกฤษร่วงลงถึง 7.6% ตามแนวโน้มเดียวกับธนาคารยุโรป เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่า สงครามการค้าจะกระทบต่อเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะเศรษฐกิจสหรัฐฯ ซึ่งเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุด

หุ้นเอชเอสบีซี โฮลดิ้งส์ (HSBC Holdings) และหุ้นบาร์เคลย์ส (Barclays) ร่วงหนักที่สุดในดัชนี FTSE 100 โดยร่วงลง 8.9% และ 8.7% ตามลำดับ

ขณะเดียวกันเงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือนเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งทำให้หุ้นบริษัทที่พึ่งพาการส่งออกมีความน่าสนใจน้อยลง และเป็นอีกปัจจัยที่กดดันตลาด

หุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคส่วนบุคคลร่วงลง 10.6% แตะระดับต่ำสุดในรอบ 6 เดือน

หุ้นเบอร์เบอรี (Burberry) และหุ้นวอทเชส ออฟ สวิตเซอร์แลนด์ กรุ๊ป (Watches of Switzerland Group) ร่วงลง 10% และ 13.5% ตามลำดับ โดยสะท้อนถึงแนวโน้มเดียวกับหุ้นสินค้าหรูหราในยุโรป หลังจากที่ทรัมป์ประกาศเก็บภาษีใหม่ ซึ่งส่งผลกระทบต่อตลาดสินค้าหรูในสหภาพยุโรป (EU) และสวิตเซอร์แลนด์

หุ้นกลุ่มเหมืองแร่โลหะอุตสาหกรรมร่วงลง 5.3% หลังจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวลง โดยเฉพาะราคาทองแดงที่ร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 1 เดือน เนื่องจากความกังวลว่ามาตรการภาษีของสหรัฐฯ จะลดความต้องการใช้โลหะอุตสาหกรรม

ในทางกลับกัน หุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคซึ่งมักถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย เนื่องจากมีรายได้ค่อนข้างคงที่ ไม่ขึ้นกับภาวะเศรษฐกิจนั้น ปรับตัวขึ้น 4.2% แตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 6 เดือน

หุ้นกลุ่มเภสัชกรรม เพิ่มขึ้น 1.6% เนื่องจากได้รับการยกเว้นภาษีชั่วคราวจากมาตรการของสหรัฐฯ


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ