ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าร่วงลงในวันนี้ (4 เม.ย.) ตามทิศทางตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ดิ่งลงอย่างหนักในวันพฤหัสบดี (3 เม.ย.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลว่า การประกาศใช้มาตรการภาษีศุลกากรครั้งใหม่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ จะนำไปสู่การทำสงครามการค้า และทำให้เศรษฐกิจทั่วโลกเผชิญภาวะถดถอย
ดัชนีนิกเกอิปิดภาคเช้าที่ระดับ 33,818.18 จุด ลดลง 917.75 จุด หรือ -2.64%
ดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียร่วงลง 1.06%
ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ร่วงลง 1.03% หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติถอดถอนประธานาธิบดียุน ซอกยอล ส่งผลให้เขาถูกปลดออกจากตำแหน่งอย่างเป็นทางการ
ส่วนตลาดหุ้นจีนและตลาดหุ้นฮ่องกงปิดทำการวันนี้ เนื่องในเทศกาลเช็งเม้ง
ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวตามทิศทางดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กที่ร่วงลงรุนแรงถึง 1,679.39 จุด หรือเกือบ 4% ในวันพฤหัสบดี หลังจากปธน.ทรัมป์ประกาศใช้มาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariff) และภาษีศุลกากรแบบครอบจักรวาล (Universal Tariff) เมื่อวันพุธ (2 เม.ย.) โดยภาษีศุลกากรตอบโต้จะแตกต่างกันไปเป็นรายประเทศ ขึ้นอยู่กับการตั้งกำแพงภาษีของประเทศนั้น ๆ ที่มีต่อสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ และจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 9 เม.ย. ส่วนภาษีศุลกากรแบบครอบจักรวาลจะอยู่ที่ระดับ 10% เท่ากันทุกประเทศ และมีผลบังคับใช้ในวันที่ 5 เม.ย.
นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนมี.ค.ของสหรัฐฯ ในวันนี้ เพื่อประเมินแนวโน้มตลาดแรงงานและทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาถ้อยแถลงของเจอโรม พาวเวล ประธานเฟดในวันนี้เช่นกัน โดยพาวเวลจะกล่าวสุนทรพจน์ว่าด้วยแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในการประชุมประจำปีของ Society for Advancing Business Editing and Writing (SABEW) ที่เมืองอาร์ลิงตัน รัฐเวอร์จิเนีย