ตลาดหุ้นยุโรปปิดร่วงลงอย่างหนักในวันศุกร์ (4 เม.ย.) หลังจากที่จีนประกาศขึ้นภาษีตอบโต้การขึ้นภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลกที่จะเกิดจากสงครามการค้าที่ทวีความรุนแรงขึ้น
ทั้งนี้ ดัชนี STOXX 600 ปิดตลาดที่ระดับ 496.33 จุด ร่วงลง 26.79 จุด หรือ -5.12%
ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 7,274.95 จุด ร่วงลง 324.03 จุด หรือ -4.26%, ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 20,641.72 จุด ร่วงลง 1,075.67 จุด หรือ -4.95% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 8,054.98 จุด ร่วงลง 419.76 จุด หรือ -4.95%
ดัชนี STOXX 600 ของยุโรป และดัชนี DAX ของเยอรมนีร่วงลงจนเข้าสู่ระดับที่เรียกว่าภาวะปรับฐาน (correction) แล้วในขณะนี้
จีนประกาศมาตรการตอบโต้ภาษีของสหรัฐฯ ซึ่งรวมถึงการขึ้นภาษี 34% สำหรับสินค้าจากสหรัฐฯ ทั้งหมด และจำกัดการส่งออกแร่หายากบางชนิด หลังจากที่สหรัฐฯ เพิ่งประกาศเก็บภาษีสินค้าจากหลายประเทศคู่ค้าเมื่อวันพุธ
ดัชนี STOXX 600 ร่วงลงรายวันที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ช่วงวิกฤตโควิดในปี 2563 และดัชนีลดลงเกือบ 12% จากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อวันที่ 3 มี.ค. ซึ่งยืนยันการเข้าสู่ภาวะปรับฐานอย่างเป็นทางการ
นอกจากนี้ ดัชนี STOXX 600 ร่วงถึง 8% ในรอบสัปดาห์นี้ ซึ่งเป็นการร่วงลงรายสัปดาห์ที่หนักที่สุดในรอบ 5 ปี ขณะที่นักลงทุนหลีกเลี่ยงสินทรัพย์เสี่ยงและหันไปหาสินทรัพย์ปลอดภัย ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลของยูโรโซนร่วงลงอย่างแรง
ดัชนีความผันผวนของตลาดหุ้นยูโรโซนพุ่งขึ้น 8.68 จุด แตะระดับ 34.2 ซึ่งเป็นการพุ่งขึ้นรายวันสูงที่สุดในรอบกว่า 2 ปี
ภาษีตอบโต้ระหว่างสองประเทศเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลกนับเป็นการยกระดับสงครามการค้าอย่างรุนแรง ซึ่งอาจนำไปสู่การเพิ่มขึ้นของราคาสินค้า การหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน และทำให้กำไรของบริษัทลดลง
นักลงทุนจับตาปฏิกิริยาของประเทศอื่น ๆ ด้วย โดยรัฐมนตรีอุตสาหกรรมของฝรั่งเศสเรียกร้องให้มีการตอบโต้สหรัฐฯ อย่างเหมาะสมแต่หนักแน่น พร้อมย้ำว่ายุโรปยังเปิดกว้างสำหรับการเจรจาเพื่อหาทางออก
ตลาดการเงินคาดการณ์มากขึ้นว่า ธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะลดดอกเบี้ยเพื่อพยุงเศรษฐกิจ โดยนักลงทุนคาดว่ามีโอกาสเกือบ 90% ที่ ECB จะลดดอกเบี้ย 0.25% ในเดือนนี้ และอาจลดอีก 2 ครั้งภายในสิ้นปีนี้
หุ้นทุกกลุ่มของตลาดหุ้นยุโรปล้วนปรับตัวลง โดยกลุ่มธนาคารยุโรปร่วงหนักที่สุด 8.4% ทำสถิติต่ำที่สุดในรอบ 3 ปี
กลุ่มสินค้าหรูซึ่งพึ่งพาตลาดจีนอย่างมากก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยหุ้นหลุยส์วิตตอง (LVMH) ของฝรั่งเศสร่วง 2.4% ขณะที่หุ้นเคอริง (Kering) เจ้าของแบรนด์กุชชี่ (Gucci) ร่วง 3.8%