อี แจ-มยอง ผู้สมัครตัวเต็งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ประกาศในวันนี้ (21 เม.ย.) ว่าจะเดินหน้าผลักดันกฎหมายควบคุมอำนาจผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หวังปลุกตลาดหุ้นและกำจัดปัญหา "Korea Discount" ที่กดทับมูลค่าบริษัทเกาหลีมานาน
ความเคลื่อนไหวนี้มีเป้าหมายสำคัญเพื่อเอาใจนักลงทุนรายย่อยกว่า 14 ล้านคน หรือที่รู้จักกันในนาม "มด" (คล้ายกับ "เม่า" ในตลาดหุ้นไทย) โดยผู้สมัครสายเสรีนิยมผู้นี้ให้คำมั่นว่าจะผลักดันให้มูลค่าดัชนีหุ้นหลักของประเทศเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว
"ผมจะปิดฉากยุค 'Korea Discount' และเปิดศักราชใหม่ของ 'Korea Premium' " อี แจ-มยอง ซึ่งมีคะแนนนำในโพลสำรวจความคิดเห็นก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีในเดือนมิ.ย. กล่าว
ปรากฏการณ์ "Korea Discount" หมายถึงการที่หุ้นบริษัทเกาหลีใต้มักถูกประเมินมูลค่าต่ำกว่าบริษัทในระดับเดียวกันทั่วโลก ปัจจัยสำคัญส่วนหนึ่งมาจากโครงสร้างการถือหุ้นที่กระจุกตัวในกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ที่ควบคุมโดยครอบครัว (แชโบล) ซึ่งมักถูกวิจารณ์ว่าให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ของกลุ่มตนเหนือผู้ถือหุ้นรายย่อย
ก่อนหน้านี้ รัฐสภาเกาหลีใต้ซึ่งพรรคประชาธิปไตย (DP) ของอี แจ-มยอง ครองเสียงข้างมาก ได้ผ่านร่างแก้ไขกฎหมายพาณิชย์เมื่อเดือนมี.ค. เพื่อขยายความรับผิดชอบของกรรมการบริษัทให้ครอบคลุมการปกป้องผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นส่วนน้อยด้วย
อย่างไรก็ตาม ร่างกฎหมายดังกล่าวถูกฮัน ด็อก-ซู รักษาการประธานาธิบดีในขณะนั้น ใช้สิทธิวีโต้ โดยให้เหตุผลว่าอาจเป็นอุปสรรคต่อการตัดสินใจของผู้บริหารและสร้างความสับสน ขณะที่กลุ่มล็อบบี้ทางธุรกิจก็ได้ออกมาคัดค้านร่างกฎหมายดังกล่าวเช่นกัน
แม้ว่าเมื่อปีที่แล้ว รัฐบาลเกาหลีใต้จะมีความพยายามออกโครงการ "Corporate Value-up Program" เพื่อกระตุ้นให้บริษัทจดทะเบียนเพิ่มมูลค่าบริษัทผ่านแผนงานโดยสมัครใจ แต่นักวิเคราะห์และนักลงทุนจำนวนมากมองว่า มาตรการดังกล่าวยังไม่เพียงพอ และเห็นว่าการแก้ไขกฎหมายพาณิชย์เป็นแนวทางที่มีประสิทธิภาพมากกว่าในการยกระดับธรรมาภิบาลและแก้ปัญหา "Korea Discount" อย่างแท้จริง
นอกเหนือจากนี้ อี แจ-มยอง ยังให้คำมั่นว่าจะวางโรดแมปเพื่อให้ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ได้รับการยอมรับและจัดอันดับเป็น "ตลาดพัฒนาแล้ว" (Developed Market) โดย MSCI ซึ่งเป็นผู้ให้บริการดัชนีระดับโลก
ประเด็นนี้สอดคล้องกับการที่เมื่อเดือนที่แล้ว เกาหลีใต้ได้ยกเลิกคำสั่งห้ามขายชอร์ต (short-selling) ที่บังคับใช้มานาน 5 ปี ซึ่ง MSCI ระบุไว้ก่อนหน้านี้ว่า คำสั่งห้ามขายชอร์ตเป็นหนึ่งในอุปสรรคสำคัญที่จำกัดการเข้าถึงของนักลงทุนต่างชาติ
ในฐานะอดีตนักลงทุนหุ้น อี แจ-มยอง ยังประกาศกร้าวว่าจะเดินหน้าปราบปรามการปั่นหุ้นและการกระทำที่ไม่เป็นธรรมต่าง ๆ ในตลาดทุนอย่างจริงจัง