สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันอังคาร (25 มี.ค.) หลังมีรายงานว่าดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐฯ ลดลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนม.ค. 2564 เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของมาตรการภาษีศุลกากร
ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.07% แตะที่ระดับ 104.185
ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 149.85 เยน จากระดับ 150.55 เยนในวันจันทร์ (24 มี.ค.) ขณะเดียวกันก็อ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.8825 ฟรังก์ จากระดับ 0.8833 ฟรังก์ และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.4298 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.4315 ดอลลาร์แคนาดา
ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.0799 ดอลลาร์ จากระดับ 1.0806 ดอลลาร์ในวันจันทร์ ส่วนเงินปอนด์แข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ะรดับ 1.2946 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2927 ดอลลาร์
Conference Board ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยเศรษฐกิจเปิดเผยผลสำรวจระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐฯ ลดลง 7.2 จุด สู่ระดับ 92.9 ในเดือนมี.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนม.ค. 2564 จากระดับ 100.1 ในเดือนก.พ. และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 94.2 เนื่องจากผู้บริโภคกังวลว่านโยบายของปธน.ทรัมป์จะส่งผลให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ เข้าสู่ภาวะถดถอย และทำให้เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้น ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐฯ เป็นการสำรวจมุมมองของผู้บริโภค ความเชื่อมั่นต่อสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน และในช่วง 6 เดือนข้างหน้า สถานะการเงินส่วนบุคคล และการจ้างงาน สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ มูดี้ส์ ออกรายงานเตือนในวันอังคารว่า สถานะด้านการคลังของสหรัฐฯ มีแนวโน้มที่จะอ่อนแอลงอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี เนื่องจากการขาดดุลงบประมาณเพิ่มขึ้น และความสามารถในการชำหนี้ลดน้อยลง ส่วนการแสดงความเห็นล่าสุดของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) นั้น เอเดรียนา คุกเลอร์ หนึ่งในคณะผู้ว่าการเฟดกล่าวว่า นโยบายอัตราดอกเบี้ยของเฟดยังคงอยู่ในลักษณะคุมเข้ม แต่ยอมรับว่าเฟดมีความคืบหน้าช้าลงในการทำให้เงินเฟ้อกลับสู่เป้าหมายที่ระดับ 2% ขณะที่จอห์น วิลเลียมส์ ประธานเฟดสาขานิวยอร์กกล่าวว่า บริษัทเอกชนและภาคครัวเรือนของสหรัฐฯ กำลังเผชิญกับความไม่แน่นอนมากขึ้นเกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจในอนาคต
นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ของสหรัฐฯ ในวันศุกร์นี้ โดยดัชนี PCE เป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ เนื่องจากสามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้บริโภค และครอบคลุมราคาสินค้าและบริการในวงกว้างมากกว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)