นายนีล แคชแครี ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขามินเนอาโพลิส กล่าวว่า เขาคาดว่าเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้นในระยะนี้จะปรับตัวลงในไม่ช้า
นายแคชแครีกล่าว หลังจากที่สหรัฐเปิดเผยดัชนีเงินเฟ้อสำคัญพุ่งสูงสุดในรอบเกือบ 30 ปีในวันนี้
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) พื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน และเป็นมาตรวัดอัตราเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ พุ่งขึ้น 3.4% ในเดือนพ.ค. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นการพุ่งขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย.2535 หรือสูงสุดในรอบเกือบ 30 ปี
เมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี PCE พื้นฐานเพิ่มขึ้น 0.5% ในเดือนพ.ค.
ส่วนดัชนี PCE ทั่วไปเพิ่มขึ้น 0.4% ในเดือนพ.ค. จากระดับ 0.6% ในเดือนเม.ย.
เมื่อเทียบรายปี ดัชนี PCE ทั่วไปพุ่งขึ้น 3.9% ในเดือนพ.ค. ซึ่งเป็นการพุ่งขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนส.ค.2561
อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์ระบุว่าตัวเลขเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้นดังกล่าวถูกบิดเบือนจากการเปรียบเทียบกับตัวเลขฐานที่ต่ำผิดปกติในปีที่แล้ว ซึ่งขณะนั้นราคาสินค้าได้ทรุดตัวลง โดยได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และจากการปิดเศรษฐกิจ หลังประกาศมาตรการล็อกดาวน์
นายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด ระบุก่อนหน้านี้ว่า การปรับตัวขึ้นของเงินเฟ้อในระยะนี้เป็นเพียงปัจจัยชั่วคราว และจะผ่อนคลายลงในปีหน้า ขณะที่เศรษฐกิจกลับสู่ภาวะปกติ โดยไม่มีปัญหาการขาดแคลนแรงงานและวัตถุดิบในการผลิต
ทั้งนี้ ดัชนี PCE ถือเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่สามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้บริโภค และครอบคลุมราคาสินค้าและบริการในวงกว้างมากกว่าข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) จากกระทรวงแรงงาน
นอกจากนี้ นายแคชแครียังกล่าวว่า ชาวอเมริกันจำนวนมากจะกลับเข้าสู่ตลาดแรงงานในช่วงฤดูใบไม้ร่วงนี้
"เราจะเห็นแรงงานชาวอเมริกันจำนวนมากในฤดูใบไม้ร่วง" นายแคชแครีกล่าว
ประธานเฟดสาขามินเนอาโพลิส กล่าวว่า ปัจจัยที่ยังคงเหนี่ยวรั้งแรงงานมิให้กลับเข้าสู่ตลาด ได้แก่ ความหวาดวิตกต่อการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19, การปิดโรงเรียนและสถานดูแลเด็กเล็ก รวมทั้งการที่รัฐบาลให้เงินเยียวยาผู้ที่ว่างงานจากผลกระทบของไวรัสโควิด-19
นายแคชแครีกล่าวว่า หากปัจจัยดังกล่าวข้างต้นหมดไป ก็จะช่วยหนุนให้แรงงานกลับเข้าตลาด