(เพิ่มเติม) "พาวเวล" สวนทาง "ทรัมป์" ยันเฟดไม่รีบลดดบ. จนกว่ามีความชัดเจนมากขึ้น

ข่าวเศรษฐกิจ Friday April 4, 2025 23:34 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวว่า มาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะทำให้เงินเฟ้อดีดตัวขึ้น และชะลอการเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐ

อย่างไรก็ดี นายพาวเวลย้ำว่า เฟดจะยังไม่ดำเนินการปรับอัตราดอกเบี้ย จนกว่าจะมีความชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับผลกระทบในท้ายที่สุด

นายพาวเวลกล่าวถ้อยแถลงดังกล่าวในการกล่าวสุนทรพจน์ว่าด้วยแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐในการประชุมประจำปีของ Society for Advancing Business Editing and Writing (SABEW) ที่เมืองอาร์ลิงตัน รัฐเวอร์จิเนียในวันนี้

ก่อนการกล่าวสุนทรพจน์ดังกล่าว ปธน.ทรัมป์เรียกร้องให้นายพาวเวลทำการปรับลดอัตราดอกเบี้ย และหยุดเล่นการเมือง

"นี่คือเวลาที่เหมาะสมสำหรับเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ ในการปรับลดอัตราดอกเบี้ย"

"ที่ผ่านมา เขามักดำเนินการช้าเกินไป แต่เขาสามารถเปลี่ยนภาพพจน์ในตอนนี้ และดำเนินการอย่างรวดเร็ว"

"ขณะนี้ราคาพลังงานกำลังปรับตัวลง อัตราดอกเบี้ยกำลังปรับตัวลง เงินเฟ้อกำลังปรับตัวลง และแม้แต่ราคาไข่ก็กำลังลดลงมากถึง 69%

ขณะที่การจ้างงานกำลังเพิ่มขึ้น โดยใช้เวลาเพียง 2 เดือน นี่คือชัยชนะอันยิ่งใหญ่สำหรับอเมริกา"

"ปรับลดอัตราดอกเบี้ย เจอโรม และหยุดเล่นการเมือง!" ปธน.ทรัมป์โพสต์ข้อความใน Truth Social

นายพาวเวลกล่าวในวันนี้ว่า เฟดกำลังเผชิญกับความไม่แน่นอนอย่างมาก หลังจากที่ปธน.ทรัมป์ประกาศเรียกเก็บภาษีศุลกากรตอบโต้ (reciprocal tariff) ต่อประเทศคู่ค้าเมื่อวันพุธที่ผ่านมา

แม้นายพาวเวลระบุว่าเศรษฐกิจสหรัฐยังคงมีความแข็งแกร่ง แต่เขาก็ย้ำถึงความเสี่ยงจากการเรียกเก็บภาษีดังกล่าว ขณะที่เฟดจะให้ความสนใจต่อการควบคุมเงินเฟ้อ

"เรามีภารกิจในการรักษาคาดการณ์เงินเฟ้อในระยะยาวให้อยู่ภายใต้การควบคุม และสร้างความมั่นใจว่าการเพิ่มขึ้นของราคาในช่วงเวลาหนึ่งจะไม่กลายเป็นปัญหาเงินเฟ้อในระยะยาว"

"เราจะรอคอยต่อไปเพื่อให้เห็นความชัดเจนมากขึ้น ก่อนที่จะทำการปรับเปลี่ยนใด ๆ ต่อจุดยืนด้านนโยบายของเรา ซึ่งขณะนี้ยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่าทิศทางที่เหมาะสมของนโยบายการเงินจะเป็นอย่างไร"

นอกจากนี้ นายพาวเวลตั้งข้อสังเกตว่าอัตราภาษีนำเข้าที่ปธน.ทรัมป์ประกาศไปนั้น ถือว่ามากกว่าที่มีการคาดการณ์ไว้

"สิ่งนี้ก็จะทำให้ผลกระทบต่อเศรษฐกิจมากขึ้นตามไปด้วย ซึ่งรวมถึงการดีดตัวขึ้นของเงินเฟ้อ และการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง ขณะที่ขนาดและช่วงเวลาของผลกระทบเหล่านี้ยังคงไม่มีความชัดเจน"

ทั้งนี้ การที่เฟดให้ความสำคัญมากขึ้นต่อการควบคุมเงินเฟ้อจะทำให้เฟดมีแนวโน้มน้อยลงในการผ่อนคลายนโยบายการเงิน จนกว่าเฟดจะสามารถประเมินผลกระทบของมาตรการภาษีที่มีต่อราคาสินค้าในระยะยาว

ที่ผ่านมา เฟดมักมองว่ามาตรการทางภาษีจะส่งผลกระทบเพียงชั่วคราวต่อราคา และไม่ใช่ปัจจัยผลักดันเงินเฟ้อ แต่มาตรการทางภาษีที่ปธน.ทรัมป์ใช้ในครั้งนี้ซึ่งมีขอบเขตในวงกว้างทำให้เฟดเปลี่ยนมุมมองดังกล่าว


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ