ผลสำรวจจากเนชันแนล ออสเตรเลีย แบงก์ (NAB) ที่เผยแพร่ในวันนี้ (9 ก.ค.) บ่งชี้ว่า ภาวะธุรกิจของออสเตรเลียในเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมาแย่ลง โดยเฉพาะแนวโน้มการจ้างงานที่ดูซบเซาอย่างมีนัยสำคัญ แม้ในภาพรวมบรรดาบริษัทต่าง ๆ จะมีความเชื่อมั่นมากขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากแรงกดดันด้านต้นทุนเริ่มผ่อนคลายลง
ผลสำรวจระบุว่า ดัชนีภาวะธุรกิจออสเตรเลีย ซึ่งเป็นมาตรวัดด้านการขาย การจ้างงาน และความสามารถในการทำกำไร ปรับตัวลง 2 จุด สู่ระดับ +4 ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในระยะยาว ในทางตรงกันข้าม ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจปรับตัวขึ้น 6 จุด สู่ระดับ +4 ในเดือนมิ.ย. ด้วยอานิสงส์จากภาคการผลิตและค้าส่ง
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เมื่อพิจารณารายละเอียดของดัชนีภาวะธุรกิจ พบว่า ดัชนีย่อยด้านการจ้างงานลดลง 6 จุด มาอยู่ที่ระดับ 0 ขณะที่ดัชนีย่อยด้านยอดขายทรงตัว
นายแกเร็ธ สเปนซ์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ประจำ NAB กล่าวว่า "แม้จะเป็นข้อมูลเพียงเดือนเดียว แต่ดัชนีการจ้างงานก็ลดลงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในระยะยาวแล้ว และอาจเป็นสัญญาณว่าเศรษฐกิจที่ชะลอตัวกำลังส่งผลกระทบมากขึ้นต่อความต้องการแรงงาน"
อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจพบว่าแรงกดดันด้านราคาเริ่มคลายตัว โดยเฉพาะต้นทุนแรงงานและต้นทุนการจัดซื้อที่ชะลอตัวลง อัตราเงินเฟ้อของราคาสินค้าก็ผ่อนคลายลงเช่นกัน โดยเพิ่มขึ้นเพียง 0.7% ในไตรมาสที่ผ่านมา ขณะที่ราคาขายปลีกทรงตัวที่ 1.5%
"แรงกดดันด้านราคาโดยรวมยังคงมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง แม้ข้อมูลตัวเลขยังคงมีความผันผวนบ้าง" นายสเปนซ์กล่าว
ทั้งนี้ ธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) ได้คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 4.35% เป็นครั้งที่ 5 ติดต่อกันในการประชุมนโยบายล่าสุดเมื่อเดือนมิ.ย. แต่ได้ส่งสัญญาณเตือนถึงความเสี่ยงที่เงินเฟ้ออาจพุ่งสูงขึ้น ซึ่งอาจทำให้ RBA จำเป็นต้องกวดขันนโยบายการเงินต่อไป