พอล ชาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของฮ่องกง เปิดเผยว่า เศรษฐกิจฮ่องกงจะเติบโตในระดับปานกลางในปีนี้ ในขณะที่เขากำลังพยายามลดการขาดดุลงบประมาณ พร้อมทั้งหาทางรับมือกับผลกระทบจากเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวและความตึงเครียดทางการค้ากับสหรัฐฯ ที่เพิ่มมากขึ้น
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ชานเปิดเผยระหว่างการแถลงงบประมาณประจำปีในวันนี้ (26 ก.พ.) ว่า รัฐบาลฮ่องกงคาดการณ์ว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) จะขยายตัวราว 2%-3% ในปี 2568 หลังจากที่ขยายตัว 2.5% ในปี 2567
นอกจากนี้ ชานให้คำมั่นว่าจะควบคุมการใช้จ่ายของภาครัฐ หลังจากฮ่องกงขาดดุลงบประมาณติดต่อกัน 3 ปี อย่างไรก็ดี รัฐบาลจะยังคงให้บริการสาธารณะที่จำเป็นแก่ประชาชนต่อไป
ชานกล่าวว่า "การควบคุมการใช้จ่ายของภาครัฐอย่างเข้มงวดเป็นสิ่งจำเป็น" เพื่อรับมือกับความท้าทายต่าง ๆ เช่น ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลกระทบต่อการค้าและการลงทุน ตลอดจนอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูง
ชานกล่าวว่า รัฐบาลจะพยายามลดการใช้จ่ายประจำลงราว 7% ในช่วง 3 ปีข้างหน้า เนื่องจากยอดขายที่ดินที่ลดลงยังคงส่งผลกระทบต่อรายได้หลักที่รัฐได้มาจากการเก็บภาษี
ทั้งนี้ ยอดขาดดุลงบประมาณของฮ่องกงในปีงบประมาณปัจจุบันซึ่งสิ้นสุดในเดือนมี.ค. คาดว่าจะเกือบแตะ 1 แสนล้านดอลลาร์ฮ่องกง (1.28 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งมากกว่าตัวเลขคาดการณ์เบื้องต้นเป็นเท่าตัว
รัฐบาลฮ่องกงกำลังหาทางรักษาเสถียรภาพทางการเงิน พร้อมกับดึงดูดนักท่องเที่ยวและนักลงทุน หลังจากที่ภาพลักษณ์ของฮ่องกงได้รับผลกระทบจากการใช้มาตรการคุมโควิด-19 ที่เข้มงวด