ข้อมูลที่เผยแพร่วันนี้ (28 ก.พ.) ระบุว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) ในกรุงโตเกียว เมืองหลวงของญี่ปุ่น ปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.2% ในเดือนก.พ. เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ชะลอตัวลงเป็นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน แต่ยังคงสูงกว่าเป้าหมายเงินเฟ้อที่ 2% ของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ)
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ตัวเลขดังกล่าว ซึ่งไม่รวมราคาอาหารสดที่ผันผวน ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 2.3% และลดลงจากระดับ 2.5% ในเดือนม.ค. โดยตัวเลขเงินเฟ้อของกรุงโตเกียวถือเป็นสัญญาณบ่งชี้แนวโน้มเงินเฟ้อของทั้งประเทศ
สาเหตุสำคัญของการชะลอตัวมาจากมาตรการอุดหนุนค่าไฟฟ้าและก๊าซที่รัฐบาลญี่ปุ่นรื้อฟื้นขึ้นมาใหม่ในเดือนม.ค. อย่างไรก็ตาม เงินเฟ้ออาจกลับมาเร่งตัวขึ้นอีกครั้งหลังจากมาตรการดังกล่าวสิ้นสุดลงในเดือนมี.ค.นี้
ดัชนี CPI อีกตัวที่ไม่รวมทั้งราคาอาหารสดและเชื้อเพลิง ซึ่ง BOJ ใช้เป็นตัวชี้วัดแนวโน้มราคาในภาพรวม ยังคงเพิ่มขึ้น 1.9% ในเดือนก.พ.เท่ากับเดือนก่อนหน้า
ทั้งนี้ ราคาอาหารในญี่ปุ่นยังคงพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนรัฐบาลต้องสั่งระบายข้าวในสต๊อกให้สหกรณ์การเกษตรเพื่อบรรเทาค่าครองชีพของประชาชน
คาซูโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการ BOJ ยืนยันว่า ธนาคารกลางจะยังคงพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไปหากเศรษฐกิจญี่ปุ่นยังคงมีแนวโน้มที่จะบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อที่ 2% อย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับการเติบโตของค่าจ้างและอุปสงค์ภายในประเทศที่แข็งแกร่ง
ที่ผ่านมา BOJ ได้ยุติมาตรการกระตุ้นทางการเงินขนานใหญ่ที่ดำเนินมากว่า 10 ปีลงเมื่อปีที่แล้ว และล่าสุดได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นเป็น 0.5% จาก 0.25% ในเดือนม.ค.